ณ วันที่ 12 เมษายน 2551
ข้าเจ้าตื่นเพราะว่าร้อนจนทนไม่ได้ ด้วยความหงุดหงิดเลยปิดนาฬิกาที่ยังไม่ได้ปลุกทิ้งแล้วไปอาบน้ำสระผม ตอนก่อนจะเปิดฝักบัวเหมือนได้ยินเสียงหลอนๆ ดัง จั่กๆ (อย่าถามว่าทำไมดังจั่กๆ) เหมือนฝนตก
แล้วก็พบว่ามันตกจริงๆ ซะด้วย.. แต่ด้วยความอยากไปมากกว่า ก็เลยหลอกตัวเองว่า เอาน่า.. เดี๋ยวกว่าจะออกมันก็หยุดเองแหละ แล้วก่อนที่จะออกสักห้านาทีมันก็หยุด เหลือแค่ปรอยๆ จริงๆ ซะด้วย (เยี่ยมมาก!! ^ ^b)
แต่ด้วยความไม่เคยไปแถวนั้นนานแล้ว ก่อนนี้ก็เคยไปแค่หนเดียว เลยไปหลงทางไร้สาระอยู่อีกสิบห้านาที ถึงจะถึงจุดหมาย
อะแฮ่มๆ นี่แหละถึงแล้ว... ถ้าถามว่าทำไมมันเหมือนบล็อคคุณจตุรดาล่ะคะ?
ก็เพราะว่ากล้องเดียวกันน่ะสิคะ พี่หมีเป็นมือกล้องให้ หุหุ ขอบคุณค่า
สถานที่ตั้งนั้นอยู่ตรงข้ามโรงเรียนวัดราชบพิตรพอดิบพอดี ตอนเช้าๆ บรรยากาศดี หญ้าเขียวมาก เห็นแล้วอยากกิน.. เอ๊ย อยากกลิ้ง แต่เพราะนัดกับพี่หมีตั้งแต่เก้าโมงเช้าทั้งๆ ที่พิพิธภัณฑ์เปิดสิบโมง ด้วยกะกันว่าจะไปกินชาก่อน แต่ไม่แน่ใจว่าร้านจะเปิดหรือไม่ ท่านแม่และพี่สาวของพี่หมีจึงเปลี่ยนแผนเป็นทัวร์วัดแทน ขอบอกว่าเปลี่ยนเร็วมาก แสดงถึงความชำนาญทางเป็นอย่างดี เราผู้หลงทางเป็นประจำจึงเดินตามอย่างเดียว... ส่วนวัดที่ว่าจะสวยอย่างไร ขอไปจิ๊กรูปที่บล็อคพี่หมีมาบรรยายเอง (เพื่อความสนุกสนานส่วนตัว)
คุณยักษ์วัดโพธิ์ - อ้อ ตกลงที่ไปวัดแรกคือวัดโพธิ์สินะ.. ความจำสั้น จำได้ว่าพี่เอ๋หรือแม่พี่หมีบอกแล้วล่ะ แต่ลืม
ท้องฟ้าสวยดีเนอะ อ๊ะ.. เขาให้ดูวัดเหรอ - -"
ท่านฤๅษีที่ตกเป็นเหยื่อพี่หมี.. โดนเห็นว่านิ้วเด้งจนได้นะท่าน
ดอกสาละ - เพิ่งรู้จักว่าหน้าตาเป็นยังไงก็วันนี้แหละ ไม่เคยเห็นตอนออกดอกสักที
ในความทรงจำอันเลือนรางของทั้งเราและพี่หมีจำได้ว่าเคยรู้ว่าทำไมในปากคุณสิงห์ต้องมีลูกหิน
แต่ตอนนี้ลืมทั้งคู่ ^^"
มีจัดงานสรงน้ำพระด้วย สวยมากๆ เพิ่งเคยเห็นอีกเหมือนกัน ประทับใจ
พระนอน วิ๊งวับมาก สวยจนไม่รู้จะพูดยังไงดี องค์ใหญ่มากเลย รู้สึกโชคดีที่เป็นคนไทย
ไม่อย่างนั้นจะชมอะไรๆ ก็มีแต่คนกั้นด่านให้จ่ายตังค์ก่อน
เหนือบานหน้าต่างตรงพระนอนจะมีการเขียนลายเป็นดาวต่างๆ ปนๆ กับรูปเทวดาด้วย
พี่สาวพี่หมีบอกว่าเพราะวัดถูกบูรณะสมัย ร.4 ซึ่งโปรดเรื่องดาราศาสตร์ บานหน้าต่างก็เลยมีรูปดาว
ตุ๊กตาหินเป็นอีกสิ่งที่เราไม่เคยสังเกต ว่าแต่ละตัวต่างหรือเหมือนกันอย่างไร
แต่แล้วด้วยความที่มากับพี่หมีและครอบครัว
ซึ่งพอเห็นตุ๊กตาพวกนี้แล้วก็เกิดการเมาท์กันอย่างออกรส รวมทั้งระดมกดแชทเตอร์กันสนุกสนาน
เราก็เลยได้ความรู้เพิ่มด้วย ว่าตุ๊กตาพวกนี้ได้มาจากจีน ตอนที่เอาเรือสำเภาขนสินค้าไปขาย
แต่ตอนขากลับ แทนที่จะใช้หินธรรมดาถ่วงน้ำหนักเรือกลับมา ร.3 ก็ให้ ขนตุ๊กตาพวกนี้กลับมาแทน
หลังจากเดินไปเดินมาจนเกือบได้เวลาเปิดพิพิธภัณฑ์ เราจึงเดินกลับมาที่พิพิธภัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง
อ้อ ไม่ได้ เกือบลืม!!
คุณป้าขายน้ำอัดลมโบราณในวัดที่ถามว่าเราเรียนอยู่ที่ไหนเกษตรฯหรือสาธิตเกษตร
ป้าคะ หน้าหนูยังอยู่สาธิตเกษตรได้ด้วยเหรอ
กลับมาที่พิพิธภัณฑ์... เนื่องจากเป้าหมายหลักของการมา(ของเราคนเดียว หรืออาจจะของพี่หมีด้วย)ครั้งนี้คือ!!!
กิจกรรมประจำเดือน "ล่า!!!!!!" (ของจริงนั้นมีอัศเจรีย์กี่ตัวไม่ทราบได้ แต่เราชอบเยอะๆ)
ตัวกิจกรรมนั้นเริ่มดังนี้ เริ่มจากลงทะเบียน ท่านจะต้องทำการลงทะเบียนร่วมกับเด็กประถม และคุณพ่อคุณแม่ของเด็กประถม โดยไม่สนใจอายุตัวเอง ฮา...
แล้วเราก็จะได้คัมภีร์การผลิตอาวุธและทำอาหารยุคหิน!!
ไอ้ที่ถือนั่นมิใช่คัมภีร์ยุคหิน เป็นสูจิบัตรตอนลงทะเบียนที่ได้มาพร้อมสติ๊กเกอร์
คัมภีร์นั้นอยู่ที่ตัก
โฉมหน้าผู้ร่วมกิจกรรม... เป็นไงล่ะ ไม่อยากจะพูด ฮา
เครื่องใช้ยุคหิน ตอนดูก็ว่ามันไม่เห็นคมเลยเว้ย (ไปแย่งเด็กมุง)
เห็นพี่ๆ วิทยากรอธิบายว่าเป็นเครื่องมือยุคหินกลาง
เขาว่ายิ่งเป็นเครื่องมือใหม่ๆ ก็จะยิ่งละเอียด แล้วก็ชิ้นเล็กลงล่ะ
อันนี้เป็นการสาธิตการทำเครื่องมือยุคหิน ป๊อก! ป๊อก!
พี่เขาทำมันก็แตกง่ายดี ทำไมตอนเราทำมันถึงไม่แฉลบสวยงามมั่งก็ไม่รู้
เคาะโป๊กๆ แล้วแตกเป็นสามเสี่ยงเสียนี่!!
ลืมบอกเลย หินที่เอามาทำเครื่องมือนี่เป็นหินแม่น้ำค่ะ
เป็นอันว่า ถึงของเราจะหั่นไม่ได้แต่ของน้องๆ หั่นได้นะเอ้อ (อายมั้ยเนี่ย)
นี่เป็นรูปการตอบคำถามหลังล่าสัตว์มาแล้ว ต้องตอบคำถามก่อนจะไปแลกอาหาร
เนื่องจากพี่หมีมีภูมิปัญญาจึงสามารถตอบอะไรมีสาระได้ ส่วนอีฮั้นปัญญาน้อย
พอเขาถามว่าสัตว์อะไรมีอยู่ก่อนสมัยมนุษย์ อีฮั้นก็ตอบว่า
"แมลงสาบ"
ด้วยคำตอบที่มีสาระและมีสาระเหมือนกันแต่ไม่ได้มีใครอยากให้ตอบ เราก็ได้มานั่งอยู่กับอุปกรณ์ชุดใหม่
สำหรับมื้ออาหารยุคหิน!! (เขาให้ไก่มา) ที่มีเครื่องปรุงยุคปัจจุบัน
ปล่อยให้น้องๆ ได้ปรุงอาหารเองตามใจชอบ
น่ารักนิ ดูตั้งใจมากเลย
หุงข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่
เสร็จแล้วก็มาปิดปากกระบอกไม้ไผ่ด้วยใบตอง
เอาให้แน่นนะ เดี๋ยวล้มแล้วน้ำหกด้วย!
แล้วก็เอาไปเผา มีคำแนะนำว่าควรพลิกทุกห้านาทีเพื่อไม่ให้อาหารสุกข้างเดียว
และกระบอกไม้ไผ่ที่บางก็จะทำให้สุกได้เร็วกว่า (แต่อาจจะเสี่ยงกับการที่ไหม้ง่ายกว่า)
แอบได้ยินวิทยากรคุยกับท่านผู้ปกครองเด็กๆ ว่า ต้องให้ข้อกระบอกอยู่กลางๆ
ใครจะคิดเอางกๆ ให้ข้อกระบอกอยู่ต่ำๆไม่ได้ เพราะว่าจะใกล้ไฟเกินไป ทำให้ไหม้
ข้อกระบอกกลางๆ ทำให้อาหารที่ใส่ไว้อังไฟโดยไม่โดนไหม้พอดี
และพอถึงเวลาต้องรออาหารสุก เรากะพี่หมีก็ชิ่งไปเดินด้านในตึกแทน
สวยมั้ยๆ ห้องนี้เป็นประวัติอาคาร
มีกลอนประตูแปลกหน้าแสดงอยู่ ไม่รู้ว่าใช้ยังไงแฮะ
เห็นขาหมูเราไหม! ไม่ใช่ละ นี่พื้นส่วนที่เขาปูด้วยกระจกใสแทนไม้ แสดงโครงสร้างอาคารให้เห็นกันไปเลย
โคมไฟก็สวย ><
บันไดกลางอาคาร สวยมั่กๆ ยืนกรี๊ดกร๊าดกะพี่หมีสองคน
สวยเนอะ..
เห็นที่แขนเสื้อป่าว นั่นคือสติ๊กเกอร์ที่ได้มาตอนลงทะเบียนแล
ถึงชั้นสามแล้ว
อ่าว แล้วชั้นหนึ่งกะสองล่ะ... ชั้นหนึ่งนั้นข้าเจ้าไม่ได้เดินเนื่องจากเหตุผลบางประการ (ฮา)
ส่วนหลักการเดินที่นี่คือ หนึ่ง สามแล้วสอง จึงขึ้นมาชั้นสามนั่นเอง
นี่เป็นบันไดที่ควรจะขึ้นจริงๆ ไม่ใช่บันไดกลาง ซึ่งจะทำให้ได้เห็นอะไรบางอย่างด้วย
นี่เป็นชั้นสามห้องแรกๆ
มนุษย์ลำปางเมื่อห้าแสนปีก่อน หน้าตาคุ้นๆป่าว?
ถ้าวางมือไปบนนั้น จะเกิดอะไรบางอย่างขึ้น!!
มาเป็นนักโบราณคดีกันเหอะ
อ่าว..พี่หมีมาถ่ายตอนไหนเนี่ย
อันนี้เป็นกลอง ซึ่งข้างหน้าจะมีหน้าจออนิเมเล่าประวัติเชิงความเชื่อเกี่ยวกับพระยาคางคกกับแถน
ถ้าอยากดูอนิเมต่อต้องเคาะกลองด้วย
อันนี้เป็นเตาล่ะ กลมๆ สามอันเป็นขาตั้งหม้อ จานข้างล่างจะได้ใส่ถ่านใส่ฟืน สุดยอดเลย
เหมือนพี่หมีจะถ่ายได้สวยกว่าดูเองอีกนะ
เป็นอีกอันที่ประทับใจ... ถึงแม้เราจะจิ้มไม่ติดก็ตาม แต่เมื่อคนอื่นจิ้มแล้ว
มันก็จะขึ้นว่าคนตามอาชีพที่เราจิ้มนั้นทำมาหากินอยู่แห่งหนใด พัฒนาบ้านเมืองอาชีพตนเองอย่างไร
เกิดเป็นเรื่องราวบนแผนที่ โดยใช้ตัวละครเล็กๆ แสดงแทนที่จะอธิบายอย่างเดียว
เป็นเกมอีกอันที่อยากแย่งเด็กเล่น เกมจำลองการค้าสมัยอยุธยา (รึเปล่านะ)
นั่นน้องเขาเลือกเป็น พ่อค้าเปอร์เซีย
ส่วนต่อจากนั้นพี่หมีอธิบายแว้ว ไม่ทำซ้ำ อ่านทำไมซ้ำๆ เดี๋ยวเบื่อ ไปอ่านเองเนาะ
อันนี้ก็สนุก.. เพียงคุณเอาแบล็คไลท์ส่อง
ก็จะปรากฏสิ่งมหัศจรรย์
"พระสงค์เผยแพร่ธรรมะ"
อันนี้ก็สวย ชอบๆ
ห้องนี้นอกจากจะมีพระเทศน์ให้ฟังแล้ว ยังมีนิทานธรรมะด้วยล่ะ
อันนี้ก็เด็ด ตัวเลขจะหมุนไปเรื่อยๆ ส่วนแสงวูบวาบแดงๆ เขียวๆ นั้นเป็นอาณาจักรต่างๆ
ซึ่งก็มีทั้งรุ่งเรืองและเสื่อมอำนาจกันไปตามเวลา
อนิเมตำนานที่มาพระเจ้าอู่ทองแบบหลากหลาย จิ้มได้ตามสะดวก
กระบวนเรือสวยอีกแล้ว มีพี่หมีแอบชี้ให้ดูว่าเรือแบบที่หน้าเรือสูงๆ นั้นตอนนี้เหลือแค่สองลำเท่านั้น
ส่วนว่าเขาเรียกอะไร หรือเรือชื่ออะไร ลืมแล้ว - -" เดี๋ยวถามพี่หมีใหม่
ส่วนนี่ เด็ดมาก เจอโดยบังเอิญ!!
หลักฐานที่ยืนยันว่า การก๊อปปี้ของคนไทยนั้นมีประวัติมาช้านานแล้ว
จะบอกพี่หมีว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้ขำกันสองคน แต่พี่คนดูแลห้องนี้แกยืนขำกลิ้งอยู่ข้างหลังเราอีกที
หนูหันไปเห็นพอดี ตอนพี่เล็งกล้อง
ต่อไปเป็นโมเดลเรือสำเภา ที่ทำให้เรารู้จักมันมากกว่าแค่
เรือลำใหญ่ ใช้ขนสินค้าและล่องในทะเล
สำเภาญี่ปุ่น ใบเรือคล้ายๆ ม่านญี่ปุ่นเลยเนอะ
สำเภาแบบยุโรป เหมือนในหนังโจรสลัด
สำเภาใบเป็นปีกๆเหมือนพัด ข้างหน้านี่เป็นสำเภาจีน
นี่แลสำเภาไทย มีธงย๊าวยาว แอบเห็นเหมือนเรือมีลูกตาด้วย
ส่วนบนยอดเสาต้นใหญ่มีรูปสัตว์ที่ดูไม่ออกว่าเป็นปลาหรือเต่า เกาะอยู่ด้วยแต่ปลาหรือเต่านั่น
ก็มีหางย๊าวยาวอีกเหมือนกัน แต่ถ่ายมาไม่ติด ต้องไปดูกันเอาเอง
อันนี้ไทยรบพม่า สวยมั่กๆ เด็กๆ นั่งดูตาค้างเลย
จริงแล้วควรจะเป็นอีกอันที่เล่นได้ แต่เสียซะแล้ว
เพิ่งเปิดต้นเดือนแท้ๆ ใครจะพาลูกพาหลานไปเตือนเด็กๆ ด้วยนะคะ
พี่หมีว่าเป็นเกมวางแผนรบ (เราไม่ทันได้ดูซะด้วยสิ)
ส่วนอันนี้พี่หมีบอกว่าเป็นลูกปืนใหญ่ มิใช่ลูกนิมิต !!
สถานีโทรทัศน์ช่องสี่ โฮ่ๆๆๆๆ
ห้องยุค 50s
สวยนิๆ มีตู้เพลงด้วยล่ะ
ทีวีนั่นเปิดได้ด้วยนะ น่ารักมากๆ
โอ้ววว แขนบวมได้อีก ฮา
โอ้... มันเป็นไปได้เหรอเนี่ยที่เราถ่ายรูปได้สวยขนาดนี้ ไม่สั่นด้วยล่ะ ><
หนูขอประตูนะคะ
นี่คืออะไรไม่ทราบ แต่สวยดีนะ
ห้องสุดท้ายก่อนออก เขาให้เขียนว่า ถ้าเป็นนายกจะทำอะไร
ก็แค่ยืนแทนพี่หมี
สุดท้ายขอขอบคุณ
พี่หมี ผู้ไปค้นหาบล็อคแนะนำพิพิธภัณฑ์ที่สุดยอดจะน่าสนใจจนคะแนนนำโด่งไม่ต้องเลือกหาที่เที่ยวอีกต่อไป
คุณแม่พี่หมีและพี่สาวทั้งสองที่ทั้งชวนคุยแล้วก็พูดคุยเรื่องต่างๆ ให้ฟังตลอดทาง สนุกมากเลยค่ะ
.
.
.
.
.
วันหยุดคราวหน้า ลองไปพิพิธภัณฑ์กันดูบ้างดีไหมคะ
edit @ 13 Apr 2008 00:46:31 by fayfena
edit @ 13 Apr 2008 03:12:11 by fayfena
edit @ 13 Apr 2008 03:36:36 by fayfena