พักนี้ทำตัวไร้สาระ อยู่บ้านทั้งวัน นอกจากสอนพิเศษตอนเช้าวันละชั่วโมงกว่าๆ แล้ว ชีวิตช่างสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ~~

ใช้เวลาช่วงที่ผ่านมาในการหานิยายแฟนตาซีสนุกๆ อ่านสักเรื่อง คุ้ยไปคุ้ยมา (เฉพาะในเว็บเด็กดี) ก็เจอเรื่องที่ถูกใจอยู่เรื่องนึงชื่อ มัจจุราชจำยอม เป็นแฟนตาซีที่ไม่ใช่แนวโรงเรียน ไม่ใช่แนวโลกอนาคตแข่งวิวัฒนการการเทคโนโลยี ไม่ใช่เรื่องที่ตัวเอกมีพลังล้นโลก (อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่มี ต่อไปก็ไม่แน่) แต่เป็นคนดีแบบไม่น่ามีอยู่จริงในโลก... ปลงชีวิตง่ายเหลือเกิน แต่เนื่องจากเราเผาผลาญนิยายเป็นเวลารวดเร็วเกินไป บวกกับนิยายแฟนตาซีเรื่องอื่นไม่สามารถเติมเต็มความอยากของเราได้ (ฟังดูน่ากลัวงิ) ก็เลยเข้าไปสูบอนิเมมาดู

เพิ่งดูเรื่อง Jigoku Shoujo -Futagomori- ดูเหมือนจะเป็นภาคสองไป

ภาคแรกจริงๆก็ดูไม่จบ แต่ไม่สนใจ ดูภาคสองต่อเลย เรื่องก็เป็นแนวเดียวกับภาคแรกคือจบเป็นตอนๆ เรื่องของคนที่แค้นใครคนหนึ่งจนสาปแช่งให้คนคนนั้นตกนรก แม้ว่าตัวเองจะต้องตกนรกตามไปด้วยก็ตาม โดยมีตัวเอก เอนมะ ไอ เป็นคนรับคำขอร้องนั้น

 

ข้างล่างนี้จะแอบสปอยล์ปนความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ

.

.

.

.

.

.

.

.

 

จากการดูทั้งหมด 26 ตอน อาจจะเพราะดูตั้งแต่ภาคก่อน แต่ภาคก่อนดูแบบไม่มีสมาธิเท่าไหร่เลยบอกอะไรไม่ได้ แต่ภาคนี้ดูแล้วมีภาพหนึ่งที่ค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ คือ มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ จริงๆ ก็ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ว่าในส่วนหนึ่งของสังคม

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราเมื่อถูกตีซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องทนทรมานยาวนานก็คงจะเกิดความโกรธ เจ็บปวด หรือคับแค้น เพียงแต่คนเรามักเอาแต่ใจ.. เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นอย่างที่คิดก็โทษคนอื่น แล้วก็ทำร้ายกัน ทำร้ายกันซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อลดความเจ็บปวดของตัวเอง จนสุดท้ายแล้วเมื่อใครสักคนหนึ่งที่มีอำนาจน้อยกว่า มีความกล้าน้อยกว่า มีความอดทนน้อยกว่า แก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้... เมื่อคนเหล่านั้นได้ยินข่าวเล่าลือ

 

...รู้ไหม... ถ้าเธอเข้าเว็บไซด์ของสาวน้อยจากนรกตอนเที่ยงคืน เธอจะสามารถส่งคนที่เกลียดลงนรกได้ล่ะ...

 

คนเหล่านั้นแม้รู้ว่าจะต้องตกนรกทีหลัง แต่เขาว่ามันยังเป็นเรื่องอีกนาน.. ในตอนนี้เขาสามารถกำจัดคนที่เกลียด เพียงการดึงด้ายเท่านั้นเอง ช่างง่าย สะดวก และเป็นความลับที่จะไม่มีใครรู้

 มนุษย์ผู้อ่อนแอ.. น่าสงสารเหลือเกิน ทางออกมีอีกมากมาย ทำไมถึงเลือกการแก้แค้นแทนการให้อภัยนะ

ความแค้นช่างเกิดขึ้นได้ง่ายดายเหลือเกิน

edit @ 23 Apr 2008 20:58:07 by fayfena

edit @ 23 Apr 2008 20:59:42 by fayfena

ณ วันที่ 12 เมษายน 2551

 ข้าเจ้าตื่นเพราะว่าร้อนจนทนไม่ได้ ด้วยความหงุดหงิดเลยปิดนาฬิกาที่ยังไม่ได้ปลุกทิ้งแล้วไปอาบน้ำสระผม ตอนก่อนจะเปิดฝักบัวเหมือนได้ยินเสียงหลอนๆ ดัง จั่กๆ (อย่าถามว่าทำไมดังจั่กๆ) เหมือนฝนตก

 แล้วก็พบว่ามันตกจริงๆ ซะด้วย.. แต่ด้วยความอยากไปมากกว่า ก็เลยหลอกตัวเองว่า เอาน่า.. เดี๋ยวกว่าจะออกมันก็หยุดเองแหละ แล้วก่อนที่จะออกสักห้านาทีมันก็หยุด เหลือแค่ปรอยๆ จริงๆ ซะด้วย (เยี่ยมมาก!! ^ ^b)

แต่ด้วยความไม่เคยไปแถวนั้นนานแล้ว ก่อนนี้ก็เคยไปแค่หนเดียว เลยไปหลงทางไร้สาระอยู่อีกสิบห้านาที ถึงจะถึงจุดหมาย

อะแฮ่มๆ นี่แหละถึงแล้ว... ถ้าถามว่าทำไมมันเหมือนบล็อคคุณจตุรดาล่ะคะ?

ก็เพราะว่ากล้องเดียวกันน่ะสิคะ พี่หมีเป็นมือกล้องให้ หุหุ ขอบคุณค่า

 

สถานที่ตั้งนั้นอยู่ตรงข้ามโรงเรียนวัดราชบพิตรพอดิบพอดี ตอนเช้าๆ บรรยากาศดี หญ้าเขียวมาก เห็นแล้วอยากกิน.. เอ๊ย อยากกลิ้ง แต่เพราะนัดกับพี่หมีตั้งแต่เก้าโมงเช้าทั้งๆ ที่พิพิธภัณฑ์เปิดสิบโมง ด้วยกะกันว่าจะไปกินชาก่อน แต่ไม่แน่ใจว่าร้านจะเปิดหรือไม่ ท่านแม่และพี่สาวของพี่หมีจึงเปลี่ยนแผนเป็นทัวร์วัดแทน ขอบอกว่าเปลี่ยนเร็วมาก แสดงถึงความชำนาญทางเป็นอย่างดี เราผู้หลงทางเป็นประจำจึงเดินตามอย่างเดียว... ส่วนวัดที่ว่าจะสวยอย่างไร ขอไปจิ๊กรูปที่บล็อคพี่หมีมาบรรยายเอง (เพื่อความสนุกสนานส่วนตัว)

  

คุณยักษ์วัดโพธิ์  - อ้อ ตกลงที่ไปวัดแรกคือวัดโพธิ์สินะ.. ความจำสั้น จำได้ว่าพี่เอ๋หรือแม่พี่หมีบอกแล้วล่ะ แต่ลืม
ท้องฟ้าสวยดีเนอะ อ๊ะ.. เขาให้ดูวัดเหรอ - -"
ท่านฤๅษีที่ตกเป็นเหยื่อพี่หมี.. โดนเห็นว่านิ้วเด้งจนได้นะท่าน
ดอกสาละ - เพิ่งรู้จักว่าหน้าตาเป็นยังไงก็วันนี้แหละ ไม่เคยเห็นตอนออกดอกสักที
Photobucket - Video and Image Hosting
ในความทรงจำอันเลือนรางของทั้งเราและพี่หมีจำได้ว่าเคยรู้ว่าทำไมในปากคุณสิงห์ต้องมีลูกหิน
แต่ตอนนี้ลืมทั้งคู่ ^^"
Photobucket - Video and Image Hosting
มีจัดงานสรงน้ำพระด้วย สวยมากๆ เพิ่งเคยเห็นอีกเหมือนกัน ประทับใจ
Photobucket - Video and Image Hosting
พระนอน วิ๊งวับมาก สวยจนไม่รู้จะพูดยังไงดี องค์ใหญ่มากเลย รู้สึกโชคดีที่เป็นคนไทย
ไม่อย่างนั้นจะชมอะไรๆ ก็มีแต่คนกั้นด่านให้จ่ายตังค์ก่อน
Photobucket - Video and Image Hosting
เหนือบานหน้าต่างตรงพระนอนจะมีการเขียนลายเป็นดาวต่างๆ ปนๆ กับรูปเทวดาด้วย
พี่สาวพี่หมีบอกว่าเพราะวัดถูกบูรณะสมัย ร.4 ซึ่งโปรดเรื่องดาราศาสตร์ บานหน้าต่างก็เลยมีรูปดาว
Photobucket - Video and Image Hosting
ตุ๊กตาหินเป็นอีกสิ่งที่เราไม่เคยสังเกต ว่าแต่ละตัวต่างหรือเหมือนกันอย่างไร 
แต่แล้วด้วยความที่มากับพี่หมีและครอบครัว
ซึ่งพอเห็นตุ๊กตาพวกนี้แล้วก็เกิดการเมาท์กันอย่างออกรส รวมทั้งระดมกดแชทเตอร์กันสนุกสนาน
เราก็เลยได้ความรู้เพิ่มด้วย ว่าตุ๊กตาพวกนี้ได้มาจากจีน ตอนที่เอาเรือสำเภาขนสินค้าไปขาย
แต่ตอนขากลับ แทนที่จะใช้หินธรรมดาถ่วงน้ำหนักเรือกลับมา ร.3 ก็ให้ ขนตุ๊กตาพวกนี้กลับมาแทน 
หลังจากเดินไปเดินมาจนเกือบได้เวลาเปิดพิพิธภัณฑ์ เราจึงเดินกลับมาที่พิพิธภัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง 
อ้อ ไม่ได้ เกือบลืม!!
Photobucket - Video and Image Hosting
คุณป้าขายน้ำอัดลมโบราณในวัดที่ถามว่าเราเรียนอยู่ที่ไหนเกษตรฯหรือสาธิตเกษตร
ป้าคะ หน้าหนูยังอยู่สาธิตเกษตรได้ด้วยเหรอ
กลับมาที่พิพิธภัณฑ์...  เนื่องจากเป้าหมายหลักของการมา(ของเราคนเดียว หรืออาจจะของพี่หมีด้วย)ครั้งนี้คือ!!!

กิจกรรมประจำเดือน "ล่า!!!!!!"  (ของจริงนั้นมีอัศเจรีย์กี่ตัวไม่ทราบได้ แต่เราชอบเยอะๆ)

ตัวกิจกรรมนั้นเริ่มดังนี้ เริ่มจากลงทะเบียน ท่านจะต้องทำการลงทะเบียนร่วมกับเด็กประถม และคุณพ่อคุณแม่ของเด็กประถม โดยไม่สนใจอายุตัวเอง ฮา...

แล้วเราก็จะได้คัมภีร์การผลิตอาวุธและทำอาหารยุคหิน!!

 

Photobucket - Video and Image Hosting
ไอ้ที่ถือนั่นมิใช่คัมภีร์ยุคหิน เป็นสูจิบัตรตอนลงทะเบียนที่ได้มาพร้อมสติ๊กเกอร์
คัมภีร์นั้นอยู่ที่ตัก
Photobucket - Video and Image Hosting
โฉมหน้าผู้ร่วมกิจกรรม... เป็นไงล่ะ ไม่อยากจะพูด ฮา
Photobucket - Video and Image Hosting

 เครื่องใช้ยุคหิน ตอนดูก็ว่ามันไม่เห็นคมเลยเว้ย (ไปแย่งเด็กมุง)

เห็นพี่ๆ วิทยากรอธิบายว่าเป็นเครื่องมือยุคหินกลาง

 

Photobucket - Video and Image Hosting

เขาว่ายิ่งเป็นเครื่องมือใหม่ๆ ก็จะยิ่งละเอียด แล้วก็ชิ้นเล็กลงล่ะ

 

Photobucket - Video and Image Hosting

 อันนี้เป็นการสาธิตการทำเครื่องมือยุคหิน ป๊อก! ป๊อก!

พี่เขาทำมันก็แตกง่ายดี ทำไมตอนเราทำมันถึงไม่แฉลบสวยงามมั่งก็ไม่รู้

เคาะโป๊กๆ แล้วแตกเป็นสามเสี่ยงเสียนี่!!

ลืมบอกเลย หินที่เอามาทำเครื่องมือนี่เป็นหินแม่น้ำค่ะ

 

Photobucket - Video and Image Hosting

เป็นอันว่า ถึงของเราจะหั่นไม่ได้แต่ของน้องๆ หั่นได้นะเอ้อ (อายมั้ยเนี่ย)

 

Photobucket - Video and Image Hosting
นี่เป็นรูปการตอบคำถามหลังล่าสัตว์มาแล้ว ต้องตอบคำถามก่อนจะไปแลกอาหาร
เนื่องจากพี่หมีมีภูมิปัญญาจึงสามารถตอบอะไรมีสาระได้ ส่วนอีฮั้นปัญญาน้อย
พอเขาถามว่าสัตว์อะไรมีอยู่ก่อนสมัยมนุษย์ อีฮั้นก็ตอบว่า
"แมลงสาบ"
Photobucket - Video and Image Hosting
ด้วยคำตอบที่มีสาระและมีสาระเหมือนกันแต่ไม่ได้มีใครอยากให้ตอบ เราก็ได้มานั่งอยู่กับอุปกรณ์ชุดใหม่
Photobucket - Video and Image Hosting
สำหรับมื้ออาหารยุคหิน!! (เขาให้ไก่มา) ที่มีเครื่องปรุงยุคปัจจุบัน
Photobucket - Video and Image Hosting
ปล่อยให้น้องๆ ได้ปรุงอาหารเองตามใจชอบ
Photobucket - Video and Image Hosting
น่ารักนิ ดูตั้งใจมากเลย
Photobucket - Video and Image Hosting
หุงข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่
Photobucket - Video and Image Hosting
เสร็จแล้วก็มาปิดปากกระบอกไม้ไผ่ด้วยใบตอง
Photobucket - Video and Image Hosting
เอาให้แน่นนะ เดี๋ยวล้มแล้วน้ำหกด้วย!
Photobucket - Video and Image Hosting
แล้วก็เอาไปเผา มีคำแนะนำว่าควรพลิกทุกห้านาทีเพื่อไม่ให้อาหารสุกข้างเดียว
และกระบอกไม้ไผ่ที่บางก็จะทำให้สุกได้เร็วกว่า (แต่อาจจะเสี่ยงกับการที่ไหม้ง่ายกว่า)
แอบได้ยินวิทยากรคุยกับท่านผู้ปกครองเด็กๆ ว่า ต้องให้ข้อกระบอกอยู่กลางๆ
ใครจะคิดเอางกๆ ให้ข้อกระบอกอยู่ต่ำๆไม่ได้ เพราะว่าจะใกล้ไฟเกินไป ทำให้ไหม้
ข้อกระบอกกลางๆ ทำให้อาหารที่ใส่ไว้อังไฟโดยไม่โดนไหม้พอดี
และพอถึงเวลาต้องรออาหารสุก เรากะพี่หมีก็ชิ่งไปเดินด้านในตึกแทน
Photobucket - Video and Image Hosting
สวยมั้ยๆ ห้องนี้เป็นประวัติอาคาร
Photobucket - Video and Image Hosting
มีกลอนประตูแปลกหน้าแสดงอยู่ ไม่รู้ว่าใช้ยังไงแฮะ
Photobucket - Video and Image Hosting
เห็นขาหมูเราไหม! ไม่ใช่ละ นี่พื้นส่วนที่เขาปูด้วยกระจกใสแทนไม้ แสดงโครงสร้างอาคารให้เห็นกันไปเลย
Photobucket - Video and Image Hosting
โคมไฟก็สวย ><
Photobucket - Video and Image Hosting
บันไดกลางอาคาร สวยมั่กๆ ยืนกรี๊ดกร๊าดกะพี่หมีสองคน
Photobucket - Video and Image Hosting
Photobucket - Video and Image Hosting
สวยเนอะ..
เห็นที่แขนเสื้อป่าว นั่นคือสติ๊กเกอร์ที่ได้มาตอนลงทะเบียนแล
Photobucket - Video and Image Hosting
ถึงชั้นสามแล้ว
อ่าว แล้วชั้นหนึ่งกะสองล่ะ... ชั้นหนึ่งนั้นข้าเจ้าไม่ได้เดินเนื่องจากเหตุผลบางประการ (ฮา)
ส่วนหลักการเดินที่นี่คือ หนึ่ง สามแล้วสอง จึงขึ้นมาชั้นสามนั่นเอง
Photobucket - Video and Image Hosting
นี่เป็นบันไดที่ควรจะขึ้นจริงๆ ไม่ใช่บันไดกลาง ซึ่งจะทำให้ได้เห็นอะไรบางอย่างด้วย
Photobucket - Video and Image Hosting
นี่เป็นชั้นสามห้องแรกๆ
มนุษย์ลำปางเมื่อห้าแสนปีก่อน  หน้าตาคุ้นๆป่าว?
Photobucket - Video and Image Hosting
ถ้าวางมือไปบนนั้น จะเกิดอะไรบางอย่างขึ้น!!
Photobucket - Video and Image Hosting
มาเป็นนักโบราณคดีกันเหอะ
Photobucket - Video and Image Hosting
อ่าว..พี่หมีมาถ่ายตอนไหนเนี่ย
Photobucket - Video and Image Hosting
อันนี้เป็นกลอง ซึ่งข้างหน้าจะมีหน้าจออนิเมเล่าประวัติเชิงความเชื่อเกี่ยวกับพระยาคางคกกับแถน
ถ้าอยากดูอนิเมต่อต้องเคาะกลองด้วย
Photobucket - Video and Image Hosting
 อันนี้เป็นเตาล่ะ กลมๆ สามอันเป็นขาตั้งหม้อ จานข้างล่างจะได้ใส่ถ่านใส่ฟืน สุดยอดเลย
เหมือนพี่หมีจะถ่ายได้สวยกว่าดูเองอีกนะ
Photobucket - Video and Image Hosting
เป็นอีกอันที่ประทับใจ... ถึงแม้เราจะจิ้มไม่ติดก็ตาม แต่เมื่อคนอื่นจิ้มแล้ว
มันก็จะขึ้นว่าคนตามอาชีพที่เราจิ้มนั้นทำมาหากินอยู่แห่งหนใด พัฒนาบ้านเมืองอาชีพตนเองอย่างไร
เกิดเป็นเรื่องราวบนแผนที่ โดยใช้ตัวละครเล็กๆ แสดงแทนที่จะอธิบายอย่างเดียว
Photobucket - Video and Image Hosting
เป็นเกมอีกอันที่อยากแย่งเด็กเล่น เกมจำลองการค้าสมัยอยุธยา (รึเปล่านะ)
นั่นน้องเขาเลือกเป็น พ่อค้าเปอร์เซีย
ส่วนต่อจากนั้นพี่หมีอธิบายแว้ว ไม่ทำซ้ำ อ่านทำไมซ้ำๆ เดี๋ยวเบื่อ ไปอ่านเองเนาะ
Photobucket - Video and Image Hosting
อันนี้ก็สนุก.. เพียงคุณเอาแบล็คไลท์ส่อง
Photobucket - Video and Image Hosting
ก็จะปรากฏสิ่งมหัศจรรย์
"พระสงค์เผยแพร่ธรรมะ"
Photobucket - Video and Image Hosting
อันนี้ก็สวย ชอบๆ
Photobucket - Video and Image Hosting
ห้องนี้นอกจากจะมีพระเทศน์ให้ฟังแล้ว ยังมีนิทานธรรมะด้วยล่ะ
Photobucket - Video and Image Hosting
อันนี้ก็เด็ด ตัวเลขจะหมุนไปเรื่อยๆ ส่วนแสงวูบวาบแดงๆ เขียวๆ นั้นเป็นอาณาจักรต่างๆ
Photobucket - Video and Image Hosting
ซึ่งก็มีทั้งรุ่งเรืองและเสื่อมอำนาจกันไปตามเวลา
Photobucket - Video and Image Hosting
Photobucket - Video and Image Hosting
อนิเมตำนานที่มาพระเจ้าอู่ทองแบบหลากหลาย จิ้มได้ตามสะดวก
Photobucket - Video and Image Hosting
กระบวนเรือสวยอีกแล้ว มีพี่หมีแอบชี้ให้ดูว่าเรือแบบที่หน้าเรือสูงๆ นั้นตอนนี้เหลือแค่สองลำเท่านั้น
ส่วนว่าเขาเรียกอะไร หรือเรือชื่ออะไร ลืมแล้ว - -" เดี๋ยวถามพี่หมีใหม่
ส่วนนี่ เด็ดมาก เจอโดยบังเอิญ!!
หลักฐานที่ยืนยันว่า การก๊อปปี้ของคนไทยนั้นมีประวัติมาช้านานแล้ว
Photobucket - Video and Image Hosting
จะบอกพี่หมีว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้ขำกันสองคน แต่พี่คนดูแลห้องนี้แกยืนขำกลิ้งอยู่ข้างหลังเราอีกที
หนูหันไปเห็นพอดี ตอนพี่เล็งกล้อง
ต่อไปเป็นโมเดลเรือสำเภา ที่ทำให้เรารู้จักมันมากกว่าแค่
เรือลำใหญ่ ใช้ขนสินค้าและล่องในทะเล
Photobucket - Video and Image Hosting
สำเภาญี่ปุ่น ใบเรือคล้ายๆ ม่านญี่ปุ่นเลยเนอะ
Photobucket - Video and Image Hosting
สำเภาแบบยุโรป เหมือนในหนังโจรสลัด
Photobucket - Video and Image Hosting
สำเภาใบเป็นปีกๆเหมือนพัด ข้างหน้านี่เป็นสำเภาจีน
Photobucket - Video and Image Hosting
นี่แลสำเภาไทย มีธงย๊าวยาว แอบเห็นเหมือนเรือมีลูกตาด้วย
ส่วนบนยอดเสาต้นใหญ่มีรูปสัตว์ที่ดูไม่ออกว่าเป็นปลาหรือเต่า เกาะอยู่ด้วยแต่ปลาหรือเต่านั่น
ก็มีหางย๊าวยาวอีกเหมือนกัน แต่ถ่ายมาไม่ติด ต้องไปดูกันเอาเอง
Photobucket - Video and Image Hosting
อันนี้ไทยรบพม่า สวยมั่กๆ เด็กๆ นั่งดูตาค้างเลย
Photobucket - Video and Image Hosting
จริงแล้วควรจะเป็นอีกอันที่เล่นได้ แต่เสียซะแล้ว
เพิ่งเปิดต้นเดือนแท้ๆ ใครจะพาลูกพาหลานไปเตือนเด็กๆ ด้วยนะคะ
Photobucket - Video and Image Hosting
พี่หมีว่าเป็นเกมวางแผนรบ (เราไม่ทันได้ดูซะด้วยสิ)
Photobucket - Video and Image Hosting
ส่วนอันนี้พี่หมีบอกว่าเป็นลูกปืนใหญ่ มิใช่ลูกนิมิต !!
Photobucket - Video and Image Hosting
สถานีโทรทัศน์ช่องสี่ โฮ่ๆๆๆๆ
ห้องยุค 50s
Photobucket - Video and Image Hosting
สวยนิๆ มีตู้เพลงด้วยล่ะ
Photobucket - Video and Image Hosting
ทีวีนั่นเปิดได้ด้วยนะ น่ารักมากๆ
Photobucket - Video and Image Hosting
โอ้ววว แขนบวมได้อีก ฮา
Photobucket - Video and Image Hosting
Photobucket - Video and Image Hosting
โอ้... มันเป็นไปได้เหรอเนี่ยที่เราถ่ายรูปได้สวยขนาดนี้ ไม่สั่นด้วยล่ะ ><
Photobucket - Video and Image Hosting
หนูขอประตูนะคะ
Photobucket - Video and Image Hosting
นี่คืออะไรไม่ทราบ แต่สวยดีนะ
Photobucket - Video and Image Hosting
ห้องสุดท้ายก่อนออก เขาให้เขียนว่า ถ้าเป็นนายกจะทำอะไร
ก็แค่ยืนแทนพี่หมี
สุดท้ายขอขอบคุณ
Photobucket - Video and Image Hosting
พี่หมี ผู้ไปค้นหาบล็อคแนะนำพิพิธภัณฑ์ที่สุดยอดจะน่าสนใจจนคะแนนนำโด่งไม่ต้องเลือกหาที่เที่ยวอีกต่อไป
คุณแม่พี่หมีและพี่สาวทั้งสองที่ทั้งชวนคุยแล้วก็พูดคุยเรื่องต่างๆ ให้ฟังตลอดทาง สนุกมากเลยค่ะ 
และร้านน้ำชา อคาชา+นะโอที่แนะนำสถานที่ดีๆ ให้กับเราค่า
.
.
.
.
.
วันหยุดคราวหน้า ลองไปพิพิธภัณฑ์กันดูบ้างดีไหมคะ

edit @ 13 Apr 2008 00:46:31 by fayfena

edit @ 13 Apr 2008 03:12:11 by fayfena

edit @ 13 Apr 2008 03:36:36 by fayfena

1. คุณเล่า คิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ?

ฮา... เอาจริงๆแล้วง่ายมาก

มันคืองานรวมคนที่เรารู้จักเข้าไว้ด้วยกัน พี่ๆนักเขียนที่ชอบ เพื่อนๆในมหาลัยที่สนิทด้วย หรือมีกิจกรรมคล้ายๆกัน ชอบอ่านหนังสือ อ่านการ์ตูน หรือขีดเขียนอะไรเล็กๆน้อยๆ รวมหมดทั้งเพื่อนในเน็ต ในม. ในโรงเรียนมัธยม จนไปถีงเพื่อนสมัยประถม บางทีถ้าเราตั้งใจจะไปเจอให้ครบทุกกลุ่ม กลุ่มละวัน เราอาจจะต้องไปถึง 4 หรือ 5 วันเลย แต่ว่าก็ไม่สามารถขนาดนั้น ก็เลยไปแค่วันหรือสองวัน หรือบางครั้งติดธุระก็อาจจะไม่ไปเลย

แต่ถึงอย่างนั้นก็จะมีการติดต่อกับขาเมาท์และแลกเปลี่ยนหนังสือที่หมายตาแก่กัน 55

เพราะจริงๆแล้วหนังสือมันก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่นั่นแหละ อาหารก็แพง ค่ารถจากบ้านไปก็หลายอยู่ นั่งรถก็หลายชั่วโมง ทรมานร่างกายมาก ดังนั้นบางคนอาจจะพบว่าเราพกแพ็กเกจข้าวกล่องจากคุณแม่ไปกินในงานหนังสือได้ 555 ประหยัดดีนะอิ่มด้วย คราวก่อนเอาข้าวเหนียวหมูปิ้งทำเองไปยี่สิบไม้ได้ เอาไปนั่งล้อมกินกะเพื่อนซะเลย คนอื่นๆเขากินมาม่ากัน เรากินหมูปิ้ง (ก็แพ้มาม่านี่นา)

 

2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่

จะว่ารอก็รอ ไม่รอก็ไม่รอ

คือถ้าเรื่องไหนมันอยากได๊อยากได้ ก็ซื้อเลย (แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นหลังจากอ่านแล้วคิดว่าอยากเก็บ ไม่ว่าจะอ่านออนไลน์ หรือว่าเช่าอ่าน ยืมอ่าน หรือยืนอ่านในร้านจนจบ (ฮา))

ที่ว่ารอก็คือ หลายเล่มอยากได้จริงแต่ยังไม่มีตังค์ หรือมีเล่มที่อยากได้เยอะจัดก็จะอยู่ระหว่างรวบรวมเงิน แล้วไปซื้อที่งานหนังสือ .... และหลายครั้งเราก็จะพบว่าเราเสียดายตังค์ที่กว่าจะเก็บได้ จนเลือกซื้อน้อยกว่าที่คิด (กระเป๋าฉีกน้อยกว่าที่คิด แต่ว่าก็ฉีกแหละ)

 

3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อไหม

มี .. ถ้าเล่มนั้นเล็งไว้ แล้วอยู่ในช่วงลังเลว่าจะเอาดีหรือไม่เอาดี ถ้าลดเยอะก็จะซื้อ แต่ถ้านิดหน่อยน้อยกว่าร้านนิดเดียวก็เป็นไปได้มากว่าจะไม่ซื้อ แต่เล่มที่ลดเยอะๆ แต่ไม่อยู่ในเสป็คก็ไม่ซื้อหรอก เสียดายตังค์

ร้านที่สูบตังค์เราได้มากที่สุดคือพวกเล่มละสามสิบบาทเล่มเก่าๆให้คุ้ยได้เรื่อยๆ ร้านที่ม.จะรู้ดีว่า.. เราก็แค่ยืนเลือกเล่มที่อยากได้ในกองนั้นแหละไปเรื่อยๆ ที่ละตั้งๆ จนพอใจ หรืองบหมดเอง

 สนุกดีนะ เหมือนเจอสมบัติพอเจอเล่มที่ถูกใจ หรือบางเล่มเหมือนโชคชะตาพามา เคยคิดว่าอยากได้แล้วจู่ๆก็เจอ (สามสิบบาทด้วย) ก็เผลอกรี๊ดท่ามกลางฝูงชนใต้อาคารเรียนรวมกว่าร้อยคน... แต่ใครจะไปสน นิยายอยุ่ในมือฉันแล้วเฟ้ย

 

4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าราคาตั้งไว้เผื่อลดแล้วหรืออย่างไร? หรือราคาสมเหตุสมผลที่แท้จริงของหนังสือ จะหาซื้อได้ก็แต่ในงานลดราคาหนังสือเท่านั้น?

 คือเรื่องนี้ไม่ค่อยคิดเท่าไหร่นะ ว่าเขาจะลดเพราะเหตุผลไหน

เพราะว่าพ่อจะพูดให้ฟังตั้งแต่เด็กว่าของที่ออกจากโรงงานตามตลาดนั้น บางทีจริงๆแล้วต้นทุนอยู่ที่ 20% ของราคาขายเท่านั้น ดังนั้นลดเยอะๆเขาก็ไม่ขาดทุนหรอก เมื่อก่อนก็คิดว่าโกงจัง

แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาโลก โรงงานแบกรับค่าไฟ ค่าน้ำ เงินเดือนพนักงาน จ่ายภาษีกิจการ แบกรับต้นทุนการผลิตที่บางครั้งจำเป็นต้องซื้อเป็นจำนวนมากเพราะเขาไม่แยกขายให้รายย่อย (นี่คิดแบบบริษัทเล้กๆ) ซึ่งทำให้บริษัทเล็กมีต้นทุนตรงนี้มากกว่า การที่จะอยู่รอดคือขายให้ต่ำกว่าบริษัทใหญ่ เอากำไรน้อยกว่า แต่เน้นปริมาณ เล็งตลาดระดับล่าง อะไรแบบนี้

สรุปว่ากิจการมีความเสี่ยง จะขนาดไหนก็คงมีปัญหาของตัวเองแหละ ดังนั้นจะทำอะไรก็ทำไป พอใจแบบไหนก็ทำ เพราะเราเองก็พอใจแบบไหนก็ทำเหมือนกัน ไม่พอใจของแพงก็ไม่ซื้อ พอใจเล่มไหนก็ซื้อ ก็เท่านั้นแหละ หุหุ