จุดเริ่มต้นของการเขียน(กลอน)
posted on 16 Jun 2009 19:43 by fayfena
มาคิดดูแล้วแม้ จขบ. จะไม่ได้ร่ำเรียนในสายศิลปะศาสตร์ที่เอกภาษา และตอนมัธยมก็เรียนสายวิทย์เสียด้วย แต่กลับชอบการอ่านตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าชอบกลอนดอกสร้อยมาก ตอนสมัยเรียนประถมมีหนังสือบางๆ เล่มหนึ่งชื่อ “ดอกสร้อยแสนรัก” ที่อ่านจนจำได้เกือบทั้งเล่ม .... แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยเขียนกลอนเลยช่วงประถมก็ไม่เคยเขียนอะไรเลย นอกจากสมุดจดการบ้าน ฮา
จขบ.เริ่มมาเขียนกลอนตอน ป. 6 ค่ะ เพราะได้แรงบันดาลใจจากรุ่นพี่คนหนึ่ง.. อายุมากกว่า จขบ. 1 ปี ตอนนี้ไม่ทราบไปมีชีวิตอยู่ที่ไหนแล้ว เพราะตั้งแต่พี่เขาจบไป ป. 6 จขบ. ก็ติดต่อไม่ได้อีก พี่คนนั้น จขบ. เรียกว่าพี่ “หงส์หยก” ชื่อจริงอะไรก็จำไม่ได้แล้ว จำได้ว่าเป็นคนผิวขาว หน้าตาน่ารักมาก ผมหยิกเป็นลอนๆ ตาโตสีน้ำตาล เหมือนตุ๊กตาเลยค่ะ (ภาพนี้อาจได้รับการแต่งเติมตามเวลาที่ล่วงเลยไป ความประทับใจในอดีตอาจเสริมส่วนที่จำไม่ได้ให้ดูดีกว่าตัวจริง 5555)
ในวันเกิดตอน จขบ. อยู่ ป. 5 พี่หงส์หยกได้ให้ของขวัญ จขบ. มาชิ้นหนึ่ง เนื่องจากวันเกิดอยู่ช่วงสอบปลายภาคพอดี จึงนับได้ว่าของชิ้นนั้นเป็นของขวัญชิ้นแรก ชิ้นเดียว และชิ้นสุดท้ายที่ จขบ. ได้จากรุ่นพี่คนนี้ มันไม่ใช่ของหรูหราราคาแพงเลยค่ะ เป็นหลอดพลาสติกสีเหลืองกับสีม่วง ตัดสั้นๆ ประมาณ 5-8 เซนติเมตร เรียงสลับสีกันเป็นแพ กว้างสัก 10 เซนติเมตรได้ เย็บแม๊กปิดปากถุงด้วยกระดาษสีหน่อยหนึ่ง และมีลวดที่พับเป็นดอกกุหลาบติดอยู่ ข้างในสอดกลอนแปดสั้นๆ ไว้บทหนึ่ง ตอนนี้ จขบ. ก็ยังเก็บของขวัญชิ้นนี้ไว้ เสียดายไม่มีกล้องถ่ายรูป ไม่อย่างนั้นจะถ่ายให้ดูค่ะ
กลอนบทนั้นเขียนว่า
สู้ต่อไปเถอะนะคนดี
พี่คนนี้ไม่มีอะไรให้
มีแต่ความรักและกำลังใจ
มอบให้ด้วยสายใยและไมตรี
หลังจากนั้น จขบ. ก็กลับไปหาสมุดติดตัวไว้เล่มนึง นั่งเขียนกลอนแปดบ้าง กาพย์ยานี 11 บ้าง (สมัยประถมเรียนโคลง 4 สุภาพด้วย แต่จขบ. ไม่มีปัญญาแต่ง) สมุดเล่มนั้นยังอยู่จนถึงวันนี้ กลับไปเปิดอ่านทีไรก็ขำทุกที.. แต่งกลอนได้เน่ามาก แต่ช่วงนั้นเขาก็ฮิตกลอนหวานๆ กันอยู่หลายปี มีหนังสือกลอนขายเต็มไปหมด ขายดีเสียด้วย จขบ. ไปยืนอ่านฟรีบ่อยๆ ในร้านหนังสือเมื่อตอนขึ้นเรียนชั้นมัธยมแล้ว
แต่งอยู่ได้สักปีกว่าๆ ก็ค่อยๆ ลดจำนวนและความถี่ลง แต่พบว่าตัวเองแต่งได้ยาวขึ้น ได้จดใส่สมุดบ้างไม่ได้จดบ้าง หายไปก็เยอะ ส่วนใหญ่เน้นแต่งเอาสนุกมากกว่า จนจบชั้นมัธยมก็ยังรู้จักอยู่แค่สัมผัสนอกกับสัมผัสใน เรื่องบังคับเสียง เรื่องการคำซ้ำ คำเป็นคำตาย ไม่รู้จักสักอย่างหนึ่ง แถมสกิลยังตก แต่งได้แค่กลอนแปดอย่างเดียวด้วย 555
มาถึงวันนี้.. สกิลการแต่งกลอนอัพขึ้นบ้างไหม จขบ. ก็ไม่ทราบ ยังแต่งอยู่บ้างแต่ไม่บ่อยนัก
แถมไม่เคยอ่านเรื่องที่เป็นร้อยกรองอยู่แค่สองเรื่อง แถมอ่านไม่จบอีกต่างหาก วรรณคดีไทยก็ไม่เคยอ่านอะไรที่นอกเหนือจากบทเรียน เป็นคนที่มีความรู้ด้านร้อยกรองคับแคบมาก ถึงอย่างนั้นก็ยังชอบนะคะ ถ้ามันไม่ได้อ่านยากจนเกินไป จขบ. ก็ชอบสัมผัสเสียง ชอบการเล่นคำของบทร้อยกรองต่างๆ
และคิดว่า... ถ้ามีใครมีความสามารถผูกบทร้อยกรองง่ายๆ เป็นนิทานให้เด็กๆ อ่านบ้าง ก็น่าจะเป็นการปลูกฝังที่ดีให้เด็กรักภาษาไทย... เนอะ ว่าไหมคะ
ฉันมีเรื่องเล่า
อยากกล่าวขับขาน
มาฟังนิทาน
กาลเก่ากันเอย
(กลอนสี่สัมผัสเพี้ยนๆ แต่อยากแต่งค่ะ)
edit @ 16 Jun 2009 19:48:53 by fayfena
edit @ 16 Jun 2009 19:49:44 by fayfena