ไปบริจาคเลือดกันเถอะ

posted on 14 May 2012 16:31 by fayfena  directory Diary

ตัวเอกของงานนี้คือเพื่อนผู้ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ว่า “มีคนที่ต้องการสเต็มเซลล์ และมีโอกาสที่จะใช้สเต็มเซลล์จากน้องได้ค่ะ” ด้วยเหตุนี้เราจึงเริ่มทริปไปสภากาชาดกัน

 

ข้าพเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตในกะลาตัวหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้เลยว่าสภากาชาดอยู่ตรงไหนของประเทศไทย เมื่อเพื่อนมาชวนไปจึงดี๊ด๊าอยากไปเต็มที่ จะได้เอาเลือดชั่วออกบ้างหลังจากไม่ได้เอาออกมาหลายปี

 

เรานั่งรถเมล์ไปกัน

 

สภากาชาดหาง่ายมาก อยู่ใกล้ๆ จุฬานี่เอง (ทำไมตรูเพิ่งรู้ฟะ) แถมถ้าลง BTS ศาลาแดง หรือ MRT สีลม เดินไปยังได้เลย รู้งี้ไปบริจาคเลือดตั้งนานละ

 

แต่เพราะไม่เคยมาบริจาคเลือดที่นี่ก่อน จึงเดินเข้าไปในตึกด้วยความตื่นตาตื่นใจ ตึกใหญ่อะไรอย่างนี้ แอร์เย็นเจี๊ยบ มีป้ายบอกลำดับการให้บริการชัดเจนดีมาก ๆ

 

อ่านรายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้เลย http://www.redcross.or.th/donation/blood_wholeblood.php4

 

ประทับใจสุดคือเจ้าหน้าที่ที่เจาะเลือดให้ มือเบามาก แถมจิ้มทีเดียวได้เลย ปกติเป็นพวกเส้นเลือดที่แขนจมหาเส้นยาก ต้องโดนจิ้มสักสามทีถึงจะได้ บริจาคคราวนี้ทีเดียวได้เลย

 

ส่วนเรื่องบริจาคสเต็มเซลล์  http://www.redcross.or.th/donation/blood_stemcell.php

 

 เขาทำเว็บไว้แล้วอีนี่เลยเปลี่ยนใจ ไม่เขียนอะไรเองสักอย่างเดียว แปะลิงค์แหลก

 

เพื่อนที่ไปได้รับการเรียกตัวไปบริจาคสเต็มเซลล์กลับมาเล่าให้ฟังว่า ต้องรอการทดสอบอีกทีว่าสเต็มเซลล์ยังเข้ากันได้อยู่ไหม ถ้าเข้ากันได้อาจจะต้องใช้การเจาะเส้นเลือดดำจากคอแทนแขน เพราะตัวเล็กและหลอดเลือดก็เล็กเกินไป แต่ทุกอย่างก็ยังต้องรอผลแลป และรอผู้รับบริจาคเตรียมตัวในกรณีที่บริจาคได้อีกด้วย

 

น่าตื่นเต้นเนอะ หนึ่งในหมื่นคนเท่านั้นที่จะรับสเต็มเซลล์จากเราไปใช้ได้ 

 

อยากให้มีคนมารับสเต็มเซลล์เราไปใช้มั่งจัง

ปล. บริจาคเลือดไม่เจ็บอย่างที่คิดกันหรอกนะ เจ็บเฉพาะตอนเข็มจิ้มผ่านผิวนิดเดียวเท่านั้นเอง พอเสียบเข็มไว้แล้วก็ไม่เจ็บแล้วล่ะ แค่อย่าขยับแขนละกัน วางศอกนิ่งๆ เข็มจะได้ไม่เขยื้อน

ใครไม่เคยไปลองบริจาคสักครั้งเถอะค่ะ ถือโอกาสได้เช็คสุขภาพเลือดด้วยนะ 

edit @ 14 May 2012 21:13:35 by fayfena

สิ่งที่ค้นพบในฤดูร้อน

posted on 02 May 2012 00:43 by fayfena  directory Diary
 
 

ในชีวิตหนึ่งคนเราต้องเจอฤดูร้อนทุกปี (บางคนบอกว่าเจอทุกวัน) แม้จะดูเรียบง่ายธรรมดา แต่ก็ไม่มีฤดูร้อนครั้งไหนเหมือนกัน นี่เป็นฤดูร้อนครั้งแรกที่ฉันได้อยู่บ้านหลังจากเรียนจบชั้นมัธยม

 

พูดอย่างนี้เหมือนเป็นคนอยู่ไม่ค่อยติดบ้าน แต่นอกจากสี่ปีสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ฉันก็อยู่บ้านตลอดนั่นแหละ...

 

...แต่อยู่ก็เหมือนไม่ได้อยู่... ฉันอยู่บ้าน แต่ไม่ได้รู้จักอะไรในบ้านเลย

 

ฤดูร้อนสุดท้ายที่ฉันอยู่ที่บ้านมันเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว

 

ตอนเรียนมัธยมฉันมักใช้เวลาในฤดูร้อนไปสอนพิเศษ หรือไม่ก็เรียนพิเศษ พอเรียนมหาวิทยาลัยฉันไม่ลงซัมเมอร์กับเพื่อน ไม่เก็บวิชาโทใด ๆ ทั้งสิ้น แต่กลับมาบ้านเพื่อไปรับจ๊อบสอนพิเศษ

 

ออกจากบ้านตอนเช้า กลับถึงบ้านตอนเย็น กินข้าว อาบน้ำ แล้วก็เข้านอน วงจรชีวิตเดียวกับตอนเรียนจบมาทำงาน

 

ฉันเปิดประตูบ้านบานเดิมด้วยความเคยชิน รู้ว่าต้องใช้เท้าดันเล็กน้อยจึงไขกุญแจได้ ต้องบิดลูกบิดเพียงสามในสี่จะเปิดคล่อง ต้องดันประตูให้สนิทก่อนกดล็อค ไม่ต้องเปิดไฟก็เดินขึ้นบันไดได้ รู้ว่าประตูห้องนอนอยู่ตรงไหน ห้องน้ำอยู่ตรงไหน ...แต่ฉันก็ไม่รู้อะไรนอกจากนี้

 

“ต้น...ออกดอกแล้วนะ ปลูกมาหลายปีไม่เคยเห็นดอกเลย เสียดายที่มืดแล้ว มองไม่เห็นแล้วล่ะ”แม่มักเล่าอย่างตื่นเต้น เมื่อฉันกลับมาบ้านในตอนเย็นหรือค่ำ

 

“ไม่เป็นไรหรอกแม่ ไว้ดูวันหลังก็ได้”

 

ฉันมักตอบเลี่ยงด้วยความขี้เกียจ ในใจคิดว่า ...ก็แค่ต้นไม้ออกดอกจะอะไรนักหนา ชวนดูอยู่นั่นแหละ ปลูกไว้ รดน้ำให้ มันก็ต้องออกดอกสิ...

 

“ต้นมะนาวออกดอกแล้วนะ” แม่เล่าอีก

 

“บ้านเรามีมะนาวด้วยเหรอ”

 

“มีตั้งหลายต้น ปีนี้อาจจะได้กินลูกก็ได้” ประโยคสนทนาเหล่านี้ไหลผ่านหูไป

 

ต้นไม้ออกดอก ต้นไม้ติดลูก พายุเข้าลูกเล็ก ๆ ของมันร่วงหมดแล้ว ลูกนกตกจากต้นไม้ ฯลฯ ทุกเรื่องล้วนไม่มีสาระสำคัญอะไร เป็นแค่เรื่องธรรมชาติทั่วไป เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย

 

แม่จะเล่าซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะมีเรื่องใหม่ ฉันคิดว่าแม่แก่แล้ว แม่อยู่แต่บ้าน เรื่องที่ชวนคุยจึงมีแต่เรื่องต้นไม้ใบหญ้า คนแก่อยู่บ้านมักจะเหงา ดังนั้นถึงฉันจะหงุดหงิดที่ถูกเซ้าซี้ชี้ชวนให้ดูดอกไม้ทุกวัน แต่บางครั้งฉันก็จะยอมตามใจเดินไปดูดอกไม้ นก ต้นไม้ ผลไม้อะไรสักต้นที่เป็นเรื่องเล่าช่วงนั้นกับแม่

 

ฉันมองพวกมัน

 

ทุกอย่างธรรมดา ดอกไม้ก็เป็นดอกไม้ ต้นไม้ก็เป็นต้นไม้ นกก็เป็นนก

 

ไม่มีอะไรพิเศษเลย ฉันชวนแม่ให้เดินกลับเข้าบ้าน อาบน้ำ กินข้าวที่แม่เตรียมไว้พร้อมสรรพแล้ว และฉันก็กลับไปหมกมุ่นกับงานที่ยังคั่งค้างของตัวเอง ขณะที่แม่นอนดูทีวีคนเดียว

 

 

 

ฤดูร้อนเปลี่ยนไปเมื่อฉันว่างงาน 


ต้นพิกุลที่ฉันเคยยืนเทียบความสูงด้วยตั้งแต่เรียนประถมถูกตัดทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

ต้นหางนกยูงที่เคยผูกชิงช้าเอาไว้ก็หายไปแล้ว

 

เฟื่องฟ้าเลื้อยขึ้นไปคลุมถึงหลังคาโรงรถตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

 

ต้นหญ้าพันธุ์นวลน้อยใบเล็กบางในสนามหน้าบ้านถูกหญ้ามาเลเซียใบหนาขึ้นแทรกแทนเกือบหมด

 

นี่เป็นบ้านของฉัน ...แต่ฉันไม่รู้อะไรเลย

 

ฉันทำความรู้จักบ้านตัวเองใหม่อีกครั้ง

 

ทุกอย่างยังคงธรรมดา ดอกไม้ก็ยังเป็นดอกไม้ ต้นไม้ก็ยังเป็นต้นไม้ นกก็ยังเป็นนก

 

แต่ดอกไม้ไม่ได้บานทุกวัน บางดอกจะบานเฉพาะเมื่อยามฝนตก บางดอกจะบานเฉพาะตอนสาย บางดอกร่วงโรยรวดเร็ว บางดอกแบ่งบานยาวนาน บางดอกซ่อนเร้นตัวเองจะบานเฉพาะตอนกลางคืน

 

ดอกไม้ยังเป็นเพียงดอกไม้

 

แต่ดอกไม้ไม่ได้งดงามเท่ากันทุกวัน

 

ดอกไม้ดอกหนึ่งจะมียามที่งดงามที่สุดเพียงแค่ครั้งเดียว...

 

ฉันเพิ่งได้ค้นพบความงามของดอกไม้ที่แม่ชักชวนให้มอง

edit @ 2 May 2012 01:01:38 by fayfena

edit @ 2 May 2012 01:03:17 by fayfena

สีน้ำจากภาพถ่าย ๒

posted on 19 Apr 2012 21:40 by fayfena
วาดเสร็จปั๊บ อัพปุ๊บ 
 
ไม่รู้จะเขียนอะไรลงบล็อกดี ไม่มีนิยายตอนใหม่ เรื่องสั้นก็อยู่ระหว่างล่ารางวัล ของเก่าก็ยังไม่ได้แก้ อันโน้นอันนี้ไม่เสร็จเรียบร้อย ติดโน่นนี่ไปทุกอย่าง
 
เอารูปมาอวดแทนแล้วกันเนอะ
 
เป็นรูปที่วาดขึ้นจากภาพถ่ายของรุ่นพี่คนหนึ่งค่ะ 
 
 
ปล. ถ้าสงสัยว่าทำไมจู่ๆ เป็น ๒ นั่นเพราะอันแรกไม่ได้ใช้ชื่อนี้ค่ะ (ฮา)
ตามไปดูได้ที่ลิงค์นี้นะคะ <<จิ้ม>>