คนติดยา (เมื่อข้อยได้ฝึกงานในสถาบันธัญญารักษ์)
posted on 29 Nov 2008 01:34 by fayfenaไม่ได้อัพบล็อกมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่นี่ก็ผ่านการฝึกงานมาเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก
หลายคนอาจจะรู้จัก ธัญญารักษ์ อีกหลายคนอาจจะไม่รู้จัก ไม่เป็นไรนิ เอาเป็นว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาล สถานที่ให้ความรู้ และสถานบำบัดผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด ตั้งอยู่แถวรังสิตละกัน...
ยาเสพติดที่ว่านี้รวมหมดไม่ว่ามันจะถูกกฎหมาย อย่างเหล้า บุหรี่ ยานอนหลับ หรือว่าผิดกฎหมายอย่าง ยาบ้า เฮโรอีน ใบกระท่อม ฯลฯ
การให้การช่วยเหลือของที่นี่มีทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก คือจะมาอยู่ในตึกบำบัดของธัญญารักษ์เลย หรือใครอยากจะไปกลับบ้านก็ได้ ตามแต่สะดวก แต่ก็ควรจะมาตามนัดให้ครบทุกครั้งจะได้ผลดีที่สุด ส่วนคนที่มาบำบัดที่นี่มีทั้งคนที่มาแบบสมัครใจ (เดินมาเอง นั่งรถเมล์มาเอง ขับรถมาเอง ญาติขับรถมาส่ง และญาติบังคับมาส่ง) และแบบที่ถูกคุมประพฤติส่งมา.. หรือก็คือโดนจับส่งมานั่นเอง
ที่ๆ เราได้ไปฝึกงานเป็นส่วนของผู้ป่วยในตึกหญิง ตีกหนึ่งในหลายๆ ตึก
ไอ้ตอนเลือกที่ฝึกงานนั้นเลือกไปเพราะคิดว่า ถึงไกลแต่ก็รถไม่น่าจะติดเท่าเข้าเมือง แล้วก็อยากรู้ด้วยว่าวิธีการให้คำปรึกษาทำยังไง และเราชอบงานสายนี้จริงๆ หรือไม่ จะได้เลือกว่าจะเรียนต่ออะไร และทำงานอะไรดี
แต่พอรู้ว่าได้ฝึกที่นี่แน่ๆ แล้ว ช่วงแรกๆ ต้องขอบอกว่ากลัวมาก กลัวว่าต้องเข้าไปเจอผู้ที่ทำผิดกฎหมาย คนที่เขาใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน สงสัยเขาจะเป็นโหดร้ายหรือเปล่า กลัวว่าตัวเองที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ใช้ชีวิตปกติธรรมดาเท่าที่คนๆ หนึ่งจะมีได้นั้นจะเข้าไปทำอะไรที่นั่นได้ จะช่วยตัวเองจากคนพวกนั้นได้จริงเหรอ... อย่าพูดถึงการช่วยเขาเลย
เราอยากทำงานกับเด็ก อยากลองเรียนรู้การให้คำปรึกษา แต่ไม่ได้เตรียมใจมาเจอกับผู้ติดยาเสพติดเลย...
โชคดีที่อาทิตย์แรกหมดไปสามวันกับการทำความเข้าใจฝ่ายงานต่างๆ และเรื่องของยาเสพติด รวมทั้งศัพท์เฉพาะที่ผู้ป่วยใช้เรียกยา และอาการต่างๆ สองวันที่เหลือเป็นการเข้าไปพูดคุยกับผู้ป่วยตึกต่างๆ โดยยังไม่ต้องประจำตึกไหน
แค่การเข้าไปพูดคุยตอนนั้นก็ทำให้เรารู้สึกเกร็งจนต้องเก๊กหน้ายิ้มตลอดเวลา จนพอออกจากตึกแล้วต้องเอามือนวดแก้มตัวเอง และถึงว่าจะเกร็งขนาดนั้นก็ต้องบอกว่าเรารู้สึกดีขึ้นมาก ผู้ป่วยเป็นมิตรมากกว่าคนทั่วไปบางคนที่เราได้พบเจอตอนเก็บข้อมูลวิจัยเสียอีก แต่ก็อาจเป็นเพราะว่าอยู่ในสถานบำบัดที่เขาถูกคุมพฤติกรรม และมีพยาบาลคอยดูแล
วันแรกๆ ที่เข้าไปประจำตึกจำได้ว่าเมื่อยหน้ามาก... เพราะว่าเกร็งหน้าให้ยิ้มตลอดเวลา ไม่รู้ว่าควรต้องทำตัวยังไงดี ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรกับคนไข้ดี ไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงดี ไม่รู้ว่าควรใช้คำแทนตัวว่าอะไร แล้วจะเรียกเขาอย่างไรถึงเหมาะสม ไม่แน่ใจว่าการถามว่าเขาใช้ยาอะไรมาถึงมาติดที่นี่เป็นการเสียมารยาทหรือเปล่า เขาจะอยากพูดถึงมันไหม มีคำถามอีกเป็นร้อยเลย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป... ผ่านไป...
เราก็ได้พบว่าเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราหวาดกลัวไปเองในทีแรก
ทุกคนเป็นเพียงคนธรรมดา เหมือนกับที่เราเป็น ... เราเพิ่งรู้จากตัวเองเป็นครั้งแรกว่าความหวาดกลัวเนื่องจากความไม่รู้ทำให้คนเราอคติได้มากขนาดไหน เราดีใจที่เราไม่ได้โต้ตอบความกลัวนั้นด้วยการหนี หรือปิดตาตนเองจนเกินไป แม้ว่าเราจะส่งยิ้มหลอกลวงในทีแรก อีกทั้งบางครั้งก็พยักหน้าว่าเข้าใจ ทั้งที่หูอื้ออึงด้วยคำที่ไม่รู้จักและความสับสน แต่สิ่งเหล่านั้นค่อยๆ จางไปเองเมื่อปรับตัวได้ และเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
พวกเขาหัวเราะ เล่นสนุก หยอกล้อ พูดคุย มีปากเสียง โกรธ โมโห ร้องไห้ เจ็บปวด เสียใจ ทุกอย่างเหมือนคนทั่วๆ ไป นั่นเป็นสิ่งแรกๆ ที่เรารับรู้ เขาเหมือนคนธรรมดาที่สวนกันไปมาบนถนนกับเราอยู่ทุกวัน และดูไม่เห็นมีความแตกต่างระหว่างฉันและเขาเลย นอกจากอายุและประสบการณ์ของพวกเราแต่ละคนที่ต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์
เราก็ได้พบอีกเรื่องที่สัมผัสได้มากกว่าตัวอักษรบนกระดาษ ซึ่งจดจำและเข้าใจได้ง่ายกว่ามาก เราพบว่าหลายๆ คนมีปัญหาครอบครัว คนเหล่านี้แสวงหาอะไรบางอย่างเพื่อมาทดแทนบางสิ่งทีเขาขาด รู้สึกผิดกับตนเอง ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง มักผูกชีวิตของตนไว้กับใครสักคนหรืออะไรบางอย่าง
จริงๆ แล้วมีเรื่องสนุกอีกมากมาย และเรื่องเศร้าอีกมากมาย แต่ว่าเรื่องเหล่านั้นคิดว่าไม่ควรเปิดเผยบนโลกไซเบอร์ซึ่งเป็นสาธารณะเกินไป และอีกหลายส่วนมากกว่าก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ดังนั้นเลยมีแต่เรื่องที่เล่าไม่ได้เต็มไปหมด
แต่อยากจะบอกทุกๆ คนจริงๆ เลยว่ายาเสพติดอยู่ใกล้เรากว่าที่คิด
อย่าลืมดูแลคนที่เรารัก เอาใจใส่เขา ให้เวลากับเขา โอบกอดเขา บอกรักเขาอย่างเหมาะสม อย่าปล่อยให้เขาต้องโดดเดี่ยวตามลำพัง อย่าว่ากล่าวเขาให้รุนแรงเกินไป แสดงความรู้สึกห่วงใยให้เขาเห็นบ้าง เติมความอบอุ่นให้หัวใจของกันและกัน คนเข้มแข็งไม่ใช่คนที่ไม่ร้องไห้ แต่เป็นคนที่ร้องไห้แล้วก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้ต่างหาก
แล้วการร้องไห้โดยมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ก็ดีกว่าการร้องไห้คนเดียว
edit @ 1 Jan 2009 12:02:50 by fayfena
อ่าวแล้วน้ำตาไหล ซึ้ง พิ กล

ได้ไปเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ
ในที่ ๆ คนไม่มากนักอยากไปเรียนรู้
#1 By JokeKo on 2008-11-29 03:14