ทางในสายหมอก

posted on 29 Jul 2012 10:20 by fayfena directory Fiction
ขุดเอาของเก่ามาลงอีกเอนทรี่ เนื่องจากอยากจัดเก็บงานเขียนตัวเองให้เรียบร้อยกว่าในเวิร์ด (ซึ่งโคตรรกและไร้ระเบียบอย่างยิ่ง)  ดูจากหลักฐานในเวิร์ดที่เซฟไว้ เดาว่าเขียนห่างจาก "สายฝนอุ่น" สักพัก ไม่ทราบเวลาแน่นอนเพราะดันไม่ได้ลงวันที่ไว้ = ="
 
อาจจะไม่ถึงปีนึงจริงๆ อย่างที่เขียนไว้ แต่คาดว่าเปลี่ยนเทอมแล้ว เพราะ "สายฝนอุ่น" ได้ลงในคอลัมน์ที่ชื่อว่า คันไถในไส้กรอก ส่วน "ทางในสายหมอก" นี่คิดว่าส่งในคอลัมน์ที่ชื่อว่า "ปั้นดาว" 

เป็นคอลัมน์ที่จะรับเรื่องจากนิสิตที่ไม่ใช่คนในชมรมวารสารเกษตรสาร ที่เปลี่ยนชื่อคอลัมน์ไปเพราะเปลี่ยนคณะทำงานใหม่นั่นเอง
 
- - - - - - 
 

ทางในสายหมอก


          เช้านี้ฉันยืนอยู่ที่ระเบียงเดียวกับเมื่อคราวหน้าฝนปีก่อน ต่างกันไปเล็กน้อยที่นอกระเบียงไม่ได้มีเม็ดฝนเต้นระบำเช่นเดียวกับครั้งนั้น มีเพียงหมอกสีขาวที่ห่มคลุมอยู่บนพื้น หนาขึ้นมาจนถึงยอดไม้ ทอดสายตาออกไปแล้วช่างให้ความรู้สึกแปลกประหลาด ภาพของหมอกขาวสลับกับยอดไม้สีเขียวเข้มและสีขาวเทาของเงาตึก            ...อากาศไม่เย็นเลยสักนิดเดียว

                ภาพของถนนงามวงศ์วานจากสะพานลอยดูแปลกตาไปกว่าทุกครั้ง ถนนเส้นยาวใต้หมอกควันขาวราวกับว่าไม่มีต้นไม่มีปลาย รถวิ่งมาจากสถานที่ลึกลับไปยังเส้นทางที่ไร้จุดจบ และฉันยืนอยู่ข้างบน ข้ามผ่านถนนขมุกขมัวไปพร้อมกับอีกหลายชีวิตในวันที่เร่งรีบ ...ไม่มีเวลาแม้แต่จะยืนชื่อชมกับหมอกในเมืองกรุงเทพ...มหานคร

                จริงๆ แล้วภาพชีวิตของฉันก็ดูจะไม่ต่างอะไรกับถนนในสายหมอก ที่ผ่านมาช่างว่างเปล่าดูไร้แก่นสาร อนาคตก็ดูเรือนลางไม่มั่นคง ส่วนปัจจุบันก็เหมือนกับคนบนสะพานลอย วุ่นวายสับสนปนกับความไม่แน่ใจ ฉันเดินไปข้างหน้า ไม่รู้ว่าเป็นการก้าวไปข้างหน้า หรือเพียงแค่เดินไปตามทางเดินที่มี หรือบางทีฉันอาจจะเพียงเดินตามคนข้างหน้าไป เพียงแค่ไหลไปกับกระแสของคนส่วนใหญ่ กระแสของอะไรที่ฉันก็ไม่เข้าใจ

                ฉันเบียดผู้คนขึ้นไปยืนบนรถขนนิสิต พวกเรายืนชิดกันจนแทบไม่มีที่ให้ขยับตัว แล้วต่างก็ค่อยๆ เลือกลงไปตามป้ายต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายของตนเอง อาจจะยกเว้นฉันไว้คนหนึ่งที่ลงมาเพราะไม่อยากยืนเบียดกับคนเยอะๆ จนต้องลงทุกป้ายที่รถจอด เพราะแม้จะถึงที่หมายเร็วแต่ฉันก็ยังไม่พบเป้าหมายของตนเอง... หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูนาฬิกา ยังคงพอมีเวลาให้ฉันเดินค้นหาตัวเอง

บางทีฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าตนเองรอรถอยู่กับคนอื่นๆ ทำไมตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง เพื่อที่จะลงมาเดินไปช้าๆ และสบายใจ...

เหรียญเงินส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งเมื่อถูกเทออกจากกระเป๋าเงินใบเก่าเพื่อซื้ออะไรบางอย่างรองท้องให้ตัวเอง กระดาษชิ้นเล็กที่ถูกพับครึ่งไว้ร่วงลงมาพร้อมกันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ขอบของมันเหลืองเก่าเป็นคราบคล้ายเปียกน้ำมาก่อน และเมื่อฉันเปิดมันออก

ไร้ตัวอักษร...

มีเพียงดวงดาวในอุ้งมือ

รอยยิ้มผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้... ฉันก็เพียงแค่หลงลืม “บางสิ่ง” ไปในวันที่วุ่นวาย

หมอกจางหายไป เมื่อดวงอาทิตย์ลอยสูงอยู่บนท้องฟ้า

fayfena

======

เจ๊ใหญ่ห่มผ้า เข้ากับบรรยากาศฤดูหนาวพอดีเลย ...ถึงตั้งใจจะวาดเป็นชุดฤดูฝนก็เถอะ

ไม่เป็นไรๆ แถได้ (ฮาา)

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By Lady Beelaa on 2012-07-29 21:46

ขอบคุณมากค่ะ ^^

#2 By fayfena on 2012-07-29 12:45

Hot! Hot! Hot!

เขียนเก่งจังเลยครับ.. อ่านแล้วนึกภาพตามเลย

big smile big smile big smile