(เรื่องสั้น) A boy in the Lost Town

posted on 05 Sep 2012 23:13 by fayfena directory Fiction
 
 
A boy in the Lost Town เป็นเรื่องสั้นแนวซอฟท์ไซไฟ ความยาว 5 หน้าเอสี่ค่ะ
 
ส่งเข้าร่วมประกวดเรื่องสั้นกับชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย ในหัวข้อ "หุ่นยนต์" ค่ะ เห็นโครงการนี้โดยบังเอิญทางเฟซบุ๊คแล้วเกิดอยากร่วมสนุกด้วย ก็เขียนเลย (ฮา) ไม่ได้มีความรู้และความชำนาญในด้านวิทยาศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น เนื้อเรื่องจึงเป็นซอฟท์ไซไฟแบบสุดๆ นะคะ 
 
จับพลัดจับผลูได้รางวัลชมเชยมาเป็นกำลังใจให้ตัวเอง จึงเอาเรื่องมาแปะไว้ที่นี่ จารึกประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งในชีวิต (ที่อาจจะไม่มีอีกแล้วก็ได้ กร๊ากกก)
 
หากท่านๆ พร้อมแล้วก็เชิญอ่านได้ค่ะ 


 
 
 

            A boy in the Lost Town

 

            “เมอร์คิวรี่ วอเรนกลับมาแล้วครับ”

 

            “เข้ามาสิ” ชายชราตอบรับเมื่อเห็นชายหนุ่มผมเงินจากจอมอนิเตอร์ดูแลความปลอดภัย เขากระดิกนิ้วกดสวิทช์บนปลายที่วางแขน ประตูเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องพักอันหรูหราที่มีชายชราอาศัยอยู่เพียงลำพัง หุ่นยนต์รับใช้ทรงสี่เหลี่ยมตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาหาแขกผู้มาเยือน

 

            [ต้องการรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ]

 

            “ไม่ต้องหรอกฉันเป็นหุ่นยนต์ กินอะไรไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มโบกมือปฏิเสธ เจ้าหุ่นกระป๋องนิ่งค้างสับสนในการประมวลข้อมูล

 

“ไปทำงานของเธอต่อเถอะ” เจ้าของบ้านหันไปย้ำกับหุ่นยนต์รับใช้ของตนอีกครั้ง มันจึงยอมเดินจากไป “หึ ๆ เธอมาทีไรทำให้หุ่นยนต์รับใช้เก่า ๆ ของฉันสับสนทุกทีเลยนะวอเรน” ชายชรากล่าว

 

หากมองจากลักษณะภายนอกแล้ว การที่เมอร์คิวรี่  วอเรนจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนสูง 190 เซนติเมตร เส้นผมและดวงตาสีเงิน รูปร่างสูงใหญ่และหน้าตาที่ถูกบรรจงสร้างเป็นอย่างดีทำให้เขาดูเหมือนนายแบบนิตยสารสักคน มากกว่าหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ที่ทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ

 

             “นั่นเป็นเพราะศาสตรจารย์เก่งน่ะสิครับ ถึงสร้างผมได้ดูเหมือนมนุษย์จนหุ่นยนต์ยังแยกไม่ได้” คำตอบจากหุ่นยนต์ตัวโปรดเรียกเสียงหัวเราะจากชายชราได้อีก

 

            “ฉันว่าฉันไม่ได้เขียนโปรแกรมให้เธอเป็นพวกช่างยอนะ ดังนั้นฉันคงภูมิใจได้หากเธอเป็นคนชมนะวอเรน”

 

            “ผมแค่พูดตามความจริงครับ”

 

            “เอาเถอะ ฉันเรียกเธอมาเพราะมีงานให้ทำน่ะ มีหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ตัวใหม่ถูกขึ้นทะเบียนไม่สมบูรณ์ อยากให้เธอไปตรวจสอบให้ที ...ฉันอาจใช้ลูกน้องสักคนไปทำแทนก็ได้ แต่ฉันไว้ใจเธอมากกว่า ช่วยหน่อยนะวอเรน”

 

            “ที่ไหนเหรอครับ”

 

            “ลอสท์ทาวน์”

 

            ลอสท์ทาวน์ นครจักรกล เขตขยะอุตสาหกรรม ล้วนเป็นชื่ออย่างไม่เป็นทางการของเขต 10 เขตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำเมื่อ 30 ปีก่อน เพราะอุบัติเหตุทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่จนสารพิษรั่วไหลไปทั่วพื้นที่ในเขตนี้จึงถูกปิดตาย มนุษย์ถูกขนย้ายออกจากพื้นที่ เครื่องจักร สายพาน หุ่นยนต์ถูกติดตั้งเข้าทำงาน โดยมี AI ควบคุมดูแล ...แม้ 5 ปีหลังมานี้บางส่วนของลอสท์ทาวน์จะเปิดให้มนุษย์เข้ามาได้ ก็ไม่มีมนุษย์คนใดคิดจะย่างเหยียบเข้ามาอยู่ดี

 

-----

 

เขต 10 ลอสท์ทาวน์


[ไอ้ดรัณจอมแสบ แกมาทำอะไรกับระบบอีกแล้วหา!] เสียงจากภาพเสมือนจริงของชายหนุ่มที่ปรากฏขึ้นภายในห้องอย่างกระทันหันไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายตกใจแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มเสยเส้นผมสีดำตัดสั้นของตัวเอง เอนหลังพิงพนักนิ่มของเก้าอี้เงยหน้ามองอีกฝ่าย

 

“โธ่ อเล็กซ์ ผมก็แค่อยากไว้อาลัยให้เคธี่สักหน่อยเท่านั้นเอง” เด็กหนุ่มกล่าว

 

[โอเค ฉันเข้าใจถ้าแกเสียใจเพราะหุ่นยนต์พี่เลี้ยงของแกหมดสภาพไปตามอายุขัย แต่แกแฮกระบบปิดวงจรหุ่นยนต์ทั้งเมืองเพื่อไว้อาลัยให้เคธี่เนี่ยนะ!]

 

“เคธี่ตายต่างหาก”

 

[ดรัณ... เคธี่เป็นหุ่นยนต์ รุ่นเก่ามากด้วย] น้ำเสียงของโฮโลแกรมอ่อนลงมาก

 

“ผมก็แค่อยากให้เมืองนี้เงียบลงสักสองสามนาทีเพื่อไว้อาลัยให้เธอเท่านั้นเอง อย่าโกรธไปเลยนะ ผมไม่ได้ปิดระบบอเล็กซ์ด้วยสักหน่อย” เด็กหนุ่มใช้ดวงตาสีน้ำตาลอ้อนวอน

 

[ให้ตายสิ ถ้าเธอทำแบบนี้บ่อย ๆ สักวันฉันคงโดนสั่งปิดโปรแกรมแล้วโยนเข้ากรุที่ไหนสักแห่งแน่]

 

“ไม่หรอกน่า ผมก็แค่ก่อกวนเล็ก ๆ น้อย ๆ สร้างสีสัน ถ้าจะนึกเสียใจที่เก็บผมมาเลี้ยงล่ะก็ อเล็กซ์ก็พลาดมาตั้งสิบหกปีแล้วล่ะ”

 

วันหนึ่งเมื่อสิบหกปีก่อน เด็กชายในห่อผ้าถูกโยนผ่านรั้วเข้ามาในลอสท์ทาวน์ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเต็มไปด้วยสารพิษ นั่นเป็นการพยายามฆ่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เด็กชายรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ อเล็กซ์ผู้เป็น AI ดูแลเขต 10 ตัดสินว่าโลกภายนอกเป็นอันตรายต่อเด็กคนนี้ และพยายามรักษาชีวิตของเขาไว้ ...เด็กชายคนนั้นคือดรัณ

 

[ฉันไม่เสียใจหรอก การช่วยชีวิตมนุษย์เป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์รู้ไหม ถึงฉันจะไม่มีร่างก็เถอะ]

 

“ข้างนอกนั่นจะเป็นยังไงนะ”

 

[ข้างนอกนั่นอันตรายสำหรับดรัณ ถ้าไม่มีคนคิดอยากฆ่าเธอคงไม่พาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่หรอก]

 

เด็กหนุ่มเหม่อมองท้องฟ้าสีม่วงแดงจากอีกฝั่งของกำแพง

 

            -----

 

            วอเรนเคยรู้มานานแล้วว่าที่ลอสท์ทาวน์มีหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ประจำการอยู่หนึ่งตัว แม้เป็นรุ่นที่มีร่างเป็นเพียงภาพสามมิติ แต่เขาก็ยังอยากพบสักครั้ง งานอารักขาทำให้เขาได้เจอกับมนุษย์มากมาย แต่ไม่ได้มีโอกาสพบกับหุ่นยนต์อื่น ๆ มากนัก วอเรนจึงกระตือรือร้นที่จะได้ทำงานนี้ เพราะหากข้อมูลไม่ผิดพลาดเขาจะได้พบหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์รุ่นใหม่อีกตัวด้วย

 

            [โปรดแสดงรหัสประจำตัว] เสียงจากเครื่องสแกนจากประตูหน้าทางเข้าเขต 10 ร้องเตือน วอเรนทาบฝ่ามือของตนลงบนนั้น

 

            [เชิญคุณเมอร์คิวรี่ วอเรนนั่งรอที่ห้องรับรอง เจ้าหน้าที่จะไปพบคุณที่นั่น]

 

            ห้องรับรองอยู่ใกล้กับประตูหน้ามากจนไม่ต้องเสียเวลาหา หุ่นยนต์อารักขานั่งรออยู่ครู่เดียวประตูก็เลื่อนเปิดออก

 

            “ยินดีต้อนรับสู่ลอสท์ทาวน์ครับ ผมชื่อดรัณ”

 

            วอเรนขมวดคิ้ว มองเด็กหนุ่มที่เข้ามาใหม่แล้วเอ่ยถาม “เธอคือหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ที่เพิ่งถูกขึ้นทะเบียนเหรอ”

 

            “ผมดูเจ๋งไหมล่ะ” เขายักคิ้ว หมุนตัวอวด

 

            “ใช่” วอเรนยอมรับ รู้สึกว่าตนเริ่มเข้าใจหุ่นยนต์รุ่นเก่าขึ้นมา เพราะตอนนี้เขาก็ไม่สามารถแยกดรัณออกจากมนุษย์ได้เช่นกัน ส่วนสูง 170 เซนติเมตร เส้นผมสีดำ ดวงตาสีน้ำตาล ผิวเหลือง รูปร่างเก้งก้างแต่สมดุลดี การขยับแขนขาไปจนถึงแววตาทุกส่วนล้วนดูคล้ายมนุษย์ไปหมด

 

            “ผมเมอร์คิวรี่  วอเรน ถูกส่งมาตรวจสอบเรื่องการลงทะเบียนหุ่นยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ของคุณ”

 

            “อ่าว มันไม่สมบูรณ์ตรงไหนเหรอ” ดรัณสงสัยว่าตัวเองพลาดอะไรในการปลอมแปลงเอกสาร

 

            “เอกสารยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ดูแลเขตน่ะ”

 

            “อ้อ... อเล็กซ์น่ะเหรอ เขากำลังยุ่งน่ะ” ดรัณว่า

 

            “ยุ่งจนออกมาพบไม่ได้เลยเหรอ” วอเรนเสียดาย

 

            “ก็คงยุ่งอีกสักพักหนึ่งน่ะ ผมคิดว่านะ” เด็กหนุ่มประมาณการด้วยสีหน้ายุ่งยาก เดาว่าโปรแกรมรบกวนการทำงานของตัวเองจะทำงานได้อีกนานไม่นานนัก “ผมยังไม่เคยไปข้างนอกลอสท์ทาวน์นี่เลย ยังไงเราออกไปเที่ยวกันก่อนไหม กว่าเราจะกลับมาอเล็กซ์คงเสร็จงานพอดีนั่นแหละ”

 

            “ผมอยากเห็นมนุษย์อื่น ๆ อีกน่ะ” เด็กหนุ่มพูดด้วยดวงตาแวววาวคาดหวัง

 

            “ก็ได้/[ไม่ได้]” เสียงตอบรับและปฏิเสธดังขึ้นพร้อม ๆ กัน วอเรนหันไปมองภาพสามมิติรูปชายหนุ่มที่ปรากฏขึ้นอย่างกระทันหัน ประตูห้องเลื่อนเปิดพร้อมกับหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยกลุ่มใหญ่เคลื่อนเข้ามา

 

            [ดรัณ จะออกไปข้างนอกไม่ได้!]

 

            “อเล็กซ์! ผมแค่อยากเห็นข้างนอกบ้างเท่านั้น ไม่ได้จะออกไปอยู่ข้างนอกเสียหน่อย”

 

            “คุณคืออเล็กซ์สินะครับ ผมเมอร์คิวรี่  วอเรนครับ” วอเรนทักทาย

 

            [อ้อ นายสินะที่จะพาดรัณออกไปข้างนอก ดรัณจะออกไปข้างนอกไม่ได้ เขาจะเป็นอันตราย]

 

            “คุณอเล็กซ์เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ ผมอยู่ข้างนอกมาตลอดมันไม่ได้อันตรายขนาดนั้น” หุ่นยนต์เหมือนมนุษย์อธิบาย

 

            [แต่ดรัณไม่เหมือนกัน]

 

            “ถ้าคุณเป็นห่วงว่าดรัณจะเป็นอันตราย ผมจะช่วยดูแลให้ก็ได้นะครับ” วอเรนอาสาอย่างมั่นใจ

 

            “แป๊บเดียวเองนะอเล็กซ์ ไม่มีใครรู้หรอก” ดรัณเกลี้ยกล่อม

 

            [ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป]

 

            “ผมไม่เคยทำงานพลาดมาก่อนครับ หากคุณอเล็กซ์ไม่เชื่อผมก็จะพิสูจน์ให้ดู” บอดี้การ์ดมืออาชีพบอกเสียงแข็ง

 

            [หากนายยืนยันอย่างนั้น ฉันก็จะถือว่านายเป็นตัวอันตรายด้วย ฉันสามารถกำจัดนายได้โดยไม่มีความผิดนะ] อเล็กซ์สรุป หุ่นกระป๋องรอบด้านล็อกเป้าปืนไปยังจุดเดียว

 

            “คุณทำไม่ได้หรอก”

 

ทันทีที่วอเรนก้าวขา อเล็กก็ให้สัญญาณมือ

 

            “ไม่ได้นะอเล็กซ์ เขาเป็นมนุษย์นะ!!” เด็กหนุ่มกระโจนเข้าขวางหน้า

 

[หยุด!!!] เสียงอเล็กซ์ร้องห้ามดังยิ่งกว่า แต่คำสั่งนั้นช้าเกินไป กระแสไฟฟ้าจากปืนเทเซอร์1พุ่งตรงเข้าสู่ร่างเด็กหนุ่ม ดรัณล้มลงกระแทกพื้น เลือดสีแดงไหลนอง

 

            “ดรัณ!” สองเสียงร้องอย่างตื่นตระหนก

 

เด็กหนุ่มได้ยินทั้งสองเสียงเรียกชื่อเขา เสียงของวอเรนชัดเจนดีดรัณคิดว่าเขาคงไม่ได้บาดเจ็บ ส่วนเสียงของอเล็กซ์ฟังดูคล้ายกับจะร้องไห้

 

หุ่นยนต์จะร้องไห้ได้ไหมนะ แม้สงสัยแต่เขาก็ไม่มีแรงจะลืมตาขึ้นดู

 

 ----

 

            บาดแผลภายนอกของเด็กหนุ่มไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่กระแสไฟฟ้าจำนวนมากที่ไหลผ่านร่างกายนั้นอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ อเล็กซ์ติดต่อโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดให้มารับตัวดรัณในทันที เขาถูกส่งเข้าห้อง ICU เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดสองคืนตามคำแนะนำของแพทย์ และดรัณก็กลายเป็นจุดสนใจของนักข่าวแทบจะในทันทีเช่นกัน

 

            “คุณไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงคะ”

 

            “ผมทราบมาว่าที่นั่นมีสารพิษปนเปื้อนอยู่มาก คุณรอดชีวิตมาได้อย่างไรครับ”

 

            “คุณทราบไหมว่าพ่อแม่ของคุณเป็นใคร”

 

            “คุณบาดเจ็บได้ยังไง”

 

            คำถามนับร้อยวนเวียนไปมาไม่จบไม่สิ้น ดรัณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยในการต่อสู้กับพวกหิวกระหายข่าวสารข้อมูลจนแทบกระอัก และดีใจที่สุดเมื่อเวลาเยี่ยมหมดลงเสียที เขาทิ้งร่างลงบนหมอนอย่างอ่อนล้า

 

            ประตูเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง

 

            “ไม่นะ...” เด็กหนุ่มครางเสียเบาเมื่อคิดว่าตนจะต้องเผชิญกับคำถามอีก แต่ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นคือหุ่นยนต์อารักขาผมเงิน

 

“รู้สึกดีขึ้นบ้างรึยังครับ”

 

“ทำไมผมไม่ยักได้ยินคำถามนี่จากมนุษย์หลายสิบคนเมื่อกี๊นี้นะ” ดรัณบ่น “แต่จะว่าไปนี่มันก็หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะวอเรน”

 

 “ขออภัยที่มารบกวนเวลาพักผ่อนนะครับ” เด็กหนุ่มบ่นพึมพำว่าตนเองไม่ได้ยินคำนี้จากกองทัพนักข่าวเช่นกัน “ผมมีหน้าที่ต้องมาแจ้งข่าวให้คุณทราบว่าอเล็กซ์ถูกตัดสินโทษให้ปิดระบบทำการครับ”

 

            “อะไรนะ! ให้ตายเหอะ แล้วไอ้ที่ผมเพียรพยายามอธิบายว่าพวกหุ่นยนต์ดูแลผมอย่างไรบ้างไปตั้งยืดยาวล่ะ”

 

            วอเรนส่ายศีรษะความผิดของอเล็กซ์ร้ายแรงเกินไป ทั้งการทำร้ายมนุษย์ และการหลอกลวงปิดบังมนุษย์

 

            “เขาทำเพื่อปกป้องผมนะ”  ดรัณร้อง

 

            “จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง เขาตัดสินกว่าอเล็กซ์กักขังหน่วงเหนี่ยวคุณเป็นเวลา 16 ปี ดำเนินการที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ทั้งด้วยการยิงและการให้คุณอยู่ในสถานที่เสี่ยง”

 

            “เขาเชื่อเอกสารบ้า ๆ นั่นมากกว่าเชื่อผมที่เป็นคนอยู่ที่นั่นกับอเล็กซ์เหรอ!”

 

            “และคุณจะถูกส่งไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ครับ” วอเรนรายงาน

 

            “จะไม่มีใครถามความคิดเห็นของผมสักคำหรือไงว่าต้องการอะไรน่ะ!” ดรัณตะโกนอย่างฉุนเฉียว

 

            “ดรัณต้องการอะไรหรือครับ”

 

น้ำเสียงของหุ่นยนต์อารักขาเรียบเย็นเช่นเดียวกับดวงตาสีโลหะ คำถามสั้น ๆ นั้นเสียดแทงเข้าไปในใจของเด็กหนุ่ม กำแพงอารมณ์ของเขาปริแตกพังทลาย น้ำตาหล่นลงหยดแล้วหยดเล่า ดรัณใฝ่ฝันอยากได้พบเห็นมนุษย์สักครั้ง สงสัยว่าร่างกายที่มีหัวใจจะเป็นอย่างไร... จะอบอุ่นแตกต่างจากความร้อนของเครื่องจักรหรือเปล่า... วันนี้เขาได้อยู่ท่ามกลางมนุษย์แล้วแท้ ๆ แต่ดรัณกลับรู้สึกเหมือนอยู่บนโลกเพียงคนเดียว การอยู่กับมนุษย์มีเลือดเนื้อตั้งมากมายกลับให้ความรู้สึกหนาวเย็นกว่าการอยู่กับเครื่องจักรไม่มีชีวิตได้อย่างไร

 

ดรัณไม่เข้าใจเลย…

 

End

24/4/55 (14/5/54)

-----

*1 Taser gun ปืนไฟฟ้า สามารถยิงกระแสไฟฟ้าได้ในระยะไกล ไม่มีอันตรายถึงชีวิต มีข้อควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และคนชรา กระแสไฟฟ้าจะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจได้

 
ป.ล. เนื่องจากแก้ไปหลายรอบวันที่แรกจึงเป็นวันที่เขียนเสร็จหนแรก ส่วนวงเล็บคือวันที่แก้เป็นรอบสุดท้ายก่อนส่งค่ะ
ใครได้อ่านจนจบก็รบกวนติชมให้โอกาสผู้เขียนได้พัฒนาตัวเองต่อไปด้วยนะค้า~
 

edit @ 6 Sep 2012 23:35:23 by fayfena

edit @ 6 Sep 2012 23:42:36 by fayfena

Comment

Comment:

Tweet

ออกแนวโนเวล เบาๆ ไม่บรรยายมาก เป็นเรื่องสั้นที่เขียนได้ดีจังค่ะ  ยินดีกับรางวัลที่ได้มานะคะ  แต่มีบางจุดทีมันไม่ค่อยเคลียร์ เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะจำนวนหน้าที่มีจำกัดเลยขยายความมากไม่ได้  แต่โดยรวมสนุกดีค่ะ^^b

#10 By Black-kitty Vipavan (103.7.57.18|110.168.53.112) on 2013-03-04 15:59

@blubox ถ้าชอบแบบแฟนตาซีหน่อยชุดบาร์ติเมอัส สามเล่มจบก็สนุกมากนะคะ ชุดยูเจนิดิสก็เป็นอีกชุดในดวงใจ >w<
@alicednonny  ขอบคุณมากค่ะ ดีใจมากเลยที่อ่านแล้วชอบ cry

#9 By fayfena on 2012-09-11 23:00

สุดยอดอะ เขียนได้ดีมากเลย
ตอนท้ายๆ เราอ่านแล้วขนลุก แทบน้ำตาซึมเลย
(เราอินกะเรื่องมากไปไหมหว่า cry )Hot! Hot!
ขอบคุณมากค่ะ big smile
นายขโมยอ่านเรียบร้อยแล้ว
อยากอ่านพาล์มเมอร์จังค่ะแต่สงสัยจะหายาก

#7 By Blu on 2012-09-09 16:37

เนื่องจากมีหลายเรื่อง ขอแปะบล็อกอีกแห่ง (ที่ร้างยิ่งกว่าที่นี่) ให้แทนค่ะ fayfena.bloggang.com

#6 By fayfena on 2012-09-08 19:27

ชอบวรรณกรรมเยาวชนเหมือนกันค่ะbig smile
คุณชอบเรื่องไหนบ้างคะเผื่อว่ามีเรื่องไหนที่เรายังไม่ได้อ่านจะได้ไปหาอ่านบ้าง

#4 By Blu on 2012-09-08 10:39

@blubox ชอบอ่านนิยายด้วยค่า โดยเฉพาะพวกวรรณกรรมเยาวชนกับแฟนตาซีค่ะ ^^ ไม่ติชมก็ไม่เป็นไรค่า แค่แวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆ ก็ดีใจแล้วค่ะ
เหมียว... มันเหมือนไม่จบใช่มะ? แบบว่ากติกากำหนดแค่ห้าหน้าอ่ะ จริงๆ คิดรายละเอียดไว้เยอะมาก แต่ใส่ไม่ได้ ไม่มีที่ มันก็เลยต้องเหลือเท่านี้แหละ
คิดไว้ว่าจะเอาอันนี้ไว้ปูทางทำเรื่องยาวต่อด้วยจ้า (แต่ไม่รู้จะได้เขียนเมื่อไหร่)

#3 By fayfena on 2012-09-07 20:12

จะบอกแกว่า เค้าอ่านแล้วงง ว่ามันจบแล้วหรอ??

#2 By alittledog (103.7.57.18|180.180.117.215) on 2012-09-07 17:10

เรื่องงานเขียนไม่ถนัดเลยค่ะเราไม่ติชมแล้วกันเนอะ
ยินดีด้วยกับรางวัลที่ได้รับค่ะbig smile
ชอบอ่านหนังสือด้วยใช่ไหมคะเห็นใน facebook คุยกันสนั่นเลยconfused smile

#1 By Blu on 2012-09-07 14:21